รวมพลังคนไทยไม่โกง

งานสำนักพุทธฯ

Home

โครงการลานวัด ลานใจ สายใยชุมชน ประจำปีงบประมาณ  พ.ศ.๒๕๕๒  เป็นโครงการที่จัดทำขึ้นเพื่อรณรงค์  ส่งเสริม   สนับสนุน ให้วัดเป็นศูนย์รวมของการจัดกิจกรรมในชุมชน ให้ประชาชนใช้ประโยชน์จากวัดในการจัดกิจกรรมที่ก่อประโยชน์กับส่วนรวมทุกๆ ด้าน สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเพชรบูรณ์จึงได้สรุปผลการจัดกิจกรรมโครงการลานวัด ลานใจ สายใยชุมชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการพัฒนาแนวทางในการดำเนินงานครั้งต่อไปให้เกิดประโยชน์สูงสุด
        หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการสรุปผลการจัดกิจกรรมโครงการลานวัด  ลานใจ  สายใยชุมชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๕๒ คงเป็นประโยชน์แก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและผู้สนใจ

         วัดที่ได้รับรางวัลวัดพัฒนาตัวอย่าง วัดที่ได้รับการคัดเลือกเป็นวัดพัฒนา  วัดที่ได้รับการคัดเลือกเป็นวัดอุทยานการศึกษา วัดที่ได้รับการคัดเลือกเป็นวัดส่งเสริมสุขภาพ วัดที่จัดกิจกรรมลานกีฬา ลานวัด ลานใจ  วัดสวนสมุนไพร วัดที่จัดกิจกรรมปฏิบัติธรรม เป็นต้น วัดที่ได้รับการคัดเลือกที่ได้จัดกิจกรรมร่วมกับชุมชนอย่างต่อเนื่องและเป็นประโยชน์ต่อชุมชน จำนวน ๑๐ วัด มีดังนี้

1.  วัดโคกมน
      วัดโคกมน ตั้งอยู่ที่บ้านโคกมน หมู่ที่ ๗ ตำบลน้ำหนาว อำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ ๘ ไร่ ๒ งาน อาณาเขต ทิศเหนือยาว ๘๐ วา ติดต่อกับหมู่บ้าน ทิศใต้ยาว ๘๐ วา ติดต่อกับป่าไม้และหมู่บ้าน ทิศตะวันออกยาว ๔๐ วา ติดต่อกับถนนในหมู่บ้าน ทิศตะวันตกยาว ๔๐ วา ติดต่อกับถนนสายห้วยสนามทราย – น้ำหนาว

ได้สร้างขึ้นเป็นวัดนับตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๘๒ มีนามตามชื่อบ้าน ระยะแรกๆ เรียกว่า “วัดโคกมนมโนธรรม” มีพระภิกษุอยู่จำพรรษา ๓ รูป สามเณร ๒ รูป

เจ้าอาวาสมี ๒ รูป คือ

- รูปที่ ๑ พระอธิการอ่วม พ.ศ. ๒๕๐๐ - ๒๕๑๗

- รูปที่ ๒ พระอธิการสังคม จารธมฺโม ปัจจุบันมีพระครูพัชรคณาภิรักษ์ เป็นเจ้าอาวาส

กิจกรรมดีเด่นที่จัดร่วมกับชุมชน ได้แก่ กิจกรรมกลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์

วัดโคกมน ร่วมกับชาวบ้านได้ดำเนินการจัดตั้งกลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์ โดยการริเริ่มของเจ้าอาวาสวัดโคกมน เพื่อเป็นการสร้างนิสัยการออมเงินให้กับชาวบ้าน เจ้าอาวาสวัดโคกมน ให้ความรู้แก่ชาวบ้าน เกี่ยวกับการจัดตั้งกลุ่มสัจจะออมทรัพย์ ชาวบ้านนำเงินมาฝากให้แก่เจ้าหน้าที่กลุ่มสัจจะออมทรัพย์

กิจกรรมของวัดโคกมน ที่ได้ดำเนินการ ได้แก่

- เป็นหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบล

- เป็นศูนย์พัฒนาคุณธรรมประจำอำเภอ

- เป็นสำนักปฏิบัติธรรม สาขาวัดมหาธาตุ



2.  วัดโฆษา


     วัดโฆษา ตั้งอยู่เลขที่ ๑๙๑ บ้านท่าช้าง หมู่ที่ ๒ ตำบลห้วยไร่ อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ ๖ ไร่ ๒ งาน อาณาเขต ทิศเหนือยาว ๑๐๐ เมตร ติดต่อกับคลองปากห้วยขอนแก่น ทิศใต้ยาว ๑๐๐ เมตร ติดต่อกับถนนเข้าหมู่บ้าน ทิศตะวันออกยาว ๑๓๐ เมตร ติดต่อกับที่ตั้งโงเรียน ทิศตะวันตกยาว ๑๓๐ เมตร ติดต่อกับหมู่บ้าน

พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบลุ่ม อาคารเสนาสนะต่างๆ มี อุโบสถกว้าง ๗ เมตร ยาว ๑๐ เมตร ศาลาการเปรียญกว้าง ๑๒ เมตร ยาว ๒๖ เมตร สร้างด้วยไม้ พ.ศ.๒๕๑๙ กุฎีสงฆ์ จำนวน ๓ หลัง เป็นอาคารไม้

วัดโฆษา ชาวบ้านเรียกว่า “ วัดท่าช้าง” ตามชื่อบ้านได้สร้างขึ้นเป็นวัดนับตั้งแต่ประมาณ พ.ศ.๒๒๓๖ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาในราว พ.ศ.๒๔๒๗ มีพระภิกษุอยู่จำพรรษาประมาณปีละ ๖ รูป สามเณร ๑๖ รูป

เจ้าอาวาสที่ทราบนามมี ๑๑ รูป คือ รูปที่ ๑ หลวงพ่อคำสิงห์ รูปที่ ๒ หลวงพ่อคูณรูปที่ ๓ หลวงพ่อนู รูปที่ ๔ พระอาจารย์สมบูรณ์ รูปที่ ๕ พระอาจารย์ปัจจา รูปที่ ๖ พระอาจารย์จันลา รูปที่ ๗ พระอาจารย์กา รูปที่ ๘ พระอาจารย์กอน รูปที่ ๙ พระอาจารย์ชำนาญ กตปุญฺโญ พ.ศ. ๒๕๐๔ – ๒๕๒๐ รูปที่ ๑๐ พระอธิการวันทอง จิตฺตปุญฺโญ ปัจจุบันมีพระครูถาวรพัชรกิจ เป็นเจ้าอาวาส

กิจกรรมดีเด่นของวัดโฆษา ได้แก่

- ดำเนินโครงการวัดวิถีพุทธ

- ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์



- ดำเนินโครงการฝึกอาชีพนวดแผนโบราณไทย
- เป็นศูนย์วัฒนธรรมไทยสายใยชุมชน



 

3.  วัดน้ำวิ่ง


     วัดน้ำวิ่ง ตั้งอยู่ที่บ้านน้ำวิ่ง หมู่ที่ ๑๒ ตำบลบ้านโภชน์ อำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ ๑๑ ไร่ ๔๖ ตารางวา อาณาเขต ทิศเหนือยาว ๒ เส้น ๒ วา ๒ ศอก ติดต่อกับคลองน้ำวิ่ง ทิศใต้ยาว ๔ เส้น ๖ วา ๓ ศอก ติดต่อกับที่ดินของนางเชื้อ ทิศตะวันออกยาว ๔ เส้น ๑๕ วา ติดต่อกับที่ดินของนายยุทธและคลองน้ำวิ่ง ทิศตะวันตกยาว ๓ เส้น ๑๔ วา ๒ ศอก ติดต่อกับที่ดินกรมทางหลวงตาม น.ส.๓ เลขที่ ๑๑ และมีที่ธรณีสงฆ์ ๑ แปลง เนื้อที่ ๒ ไร่ ๑ งาน ๑๒ ตารางวา

พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบลุ่ม สภาพแวดล้อมมีลำคลองและหมู่บ้าน อาคารเสนาสนะต่างๆ มีศาลาการเปรียญกว้าง ๑๘ เมตร ยาว ๒๐ เมตร สร้าง พ.ศ.๒๕๑๖ เป็นอาคารไม้ หอสวดมนต์กว้าง ๖ เมตร ยาว ๑๐ เมตร สร้าง พ.ศ.๒๕๑๗ เป็นอาคารไม้ กุฎีสงฆ์ จำนวน ๑๐ หลัง เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ ๒ ชั้น ๒ หลัง อาคารไม้ ๘ หลัง ปูชนียวัตถุมี พระประธานปางมารวิชัยและพระพุทธรูปอื่นอีก ๒ องค์ ปางมารวิชัย เช่นกัน

วัดน้ำวิ่ง กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศตั้งเป็นวัดนับตั้งแต่วันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ.๒๕๑๙ มีนามตามชื่อบ้าน บางคนเรียก “วัดคลองน้ำวิ่ง” โดยมีนายแสวง นุพันธ์ เป็นหัวหน้านำชาวบ้านจัดสร้างขึ้น การสร้างวัดได้ริเริ่มดำเนินการเมื่อปี พ.ศ.๒๕๐๗ มีพระภิกษุอยู่จำพรรษา ๑๘ รูป สามเณร ๒๕ รูป ทางวัดได้เปิดสอนพระปริยัติธรรม พ.ศ.๒๕๕๒ มีทั้งแผนกธรรมและบาลี

 


เจ้าอาวาสมี ๓ รูป คือ

- รูปที่ ๑ พระอธิการอ่อนสา ปญฺญาทีโป พ.ศ.๒๕๑๙ – ๒๕๒๒

- รูปที่ ๒ พระอธิการไลย์ ฐานธมฺโม พ.ศ.๒๕๒๓ - ๒๕๒๔

- รูปที่ ๓ พระครูเวฬุคณารักษ์ ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๕ เป็นต้นมา


กิจกรรมดีเด่นของวัดน้ำวิ่ง ได้แก่

- เป็นหน่วยอบรมประชาชนประตำบล

- ดำเนินโครงการวัดปลอดเหล้า

- ดำเนินโครงการปลูกป่าชุมชน

- เป็นวัดพัฒนาที่มีผลงานดีเด่น

- เป็นศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์



4.  วัดป่าเรไร

             

      วัดป่าเรไร ตั้งอยู่เลขที่ ๑๗๙ บ้านตะเบาะ หมู่ที่ ๔ ตำบลตะเบาะ อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ ๔ ไร่ ๔๕ ตารางวา อาณาเขต ทิศเหนือยาว ๑ เส้น ๑๕ วา ติดต่อกับถนนสาธารณะ ทิศใต้ยาว ๑ เส้น ๑๕ วา ติดต่อกับบ้านเรือนราษฎร ทิศตะวันออกยาว ๒ เส้น ๗ วา ติดต่อกับลำคลองตะเบา ทิศตะวันตกยาว ๒ เส้น ๗ วา ติดต่อกับบ้านเรือนราษฎร ตามหนังสือใบแจ้งการครอบครอง เลขที่ ๓๒๗ 

พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบสูงสภาพแวดล้อมมีถนน คลองและบ้านเรือนราษฎรโดยรอบ อาคารเสนาสนะต่าง ๆ มี อุโบสถกว้าง ๗ เมตร ยาว ๑๖ เมตร สร้าง พ.ศ.๒๕๒๕ เสาและเครื่องบนเป็นไม้ ฝาผนังก่ออิฐถือปูน ศาลาการเปรียญกว้าง ๑๒ เมตร ยาว ๒๐ เมตร สร้าง พ.ศ.๒๕๐๓ เป็นอาคารไม้ยกพื้น กุฎิสงฆ์ จำนวน ๒ หลัง เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ ๑ หลัง เป็นอาคารไม้ ๑ หลัง สำหรับปูชนียวัตถุมี พระประธานในอุโบสถปูนปั้น

วัดป่าเรไร สร้างขึ้นเป็นวัดนับตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๖๕ เดิมบริเวณที่ตั้งวัดเป็นป่าไม้หนาแน่น ชาวบ้านร่วมใจกันจัดสร้างวัดนี้ขึ้นมาและเรียกว่า “วัดป่าเรไร” มาแต่เดิม ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาวันที่ ๘ กันยายน พ.ศ.๒๔๙๘ เขตวิสุงคามสีมากว้าง ๑๕ เมตร ยาว ๒๔ เมตร มีพระภิกษุอยู่จำพรรษา ๕ รูป สามเณร ๑ รูป

เจ้าอาวาสมี ๔ รูป คือ

- รูปที่ ๑ พระอธิการกระจร

- รูปที่ ๒ พระอธิการแทน

- รูปที่ ๓ พระบุญมา นินฺทญาโณ

- รูปที่ ๔ พระครูอรัญพัชรกิจ เป็นเจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน


กิจกรรมดีเด่นที่ทางวัดดำเนินการ ได้แก่

- เป็นหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบล

- เป็นศูนย์การเรียนธรรมศึกษา

- เป็นสำนักปฏิบัติธรรม


5.  วัดเพชรวราราม 



วัดเพชรวราราม ตั้งอยู่เลขที่ ๒๘๒ บ้านกกเบน ถนนเพชรเจริญ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์ สังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุต มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ ๑๙ ไร่ ๑ งาน ๒๘ ตารางวา อาณาเขต ทิศเหนือยาว ๑๐๕ เมตร ติดต่อกับที่ดินของเอกชน ทิศใต้ยาว ๙๔ เมตร ติดต่อกับถนนเทศบาลพัฒนา และที่ดินของเอกชน ทิศตะวันออกยาว ๒๘๕ เมตร ติดต่อกับที่ดินของเอกชน ทิศตะวันตกยาว ๓๐๙ เมตร ติดต่อกับที่ดินของเอกชน ตามโฉนดที่ดินเลขที่ ๒๐๑๒,๑๐๑๗๙

พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบและมีสวนป่าร่มรื่น ได้แบ่งเขตการก่อสร้างไว้เป็นสัดส่วน อาคารเสนาสนะต่าง ๆ มี อุโบสถกว้าง ๗.๕๐ เมตร ยาว ๒๖.๕๐ เมตร สร้าง พ.ศ.๒๕๒๐ โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก ศาลาการเปรียญกว้าง ๑๕ เมตร ยาว ๒๖.๕๐ เมตร สร้าง พ.ศ.๒๕๑๙ เป็นศาลาทรงไทย ๒ ชั้น ครึ่งตึกครึ่งไม้ กุฎีสงฆ์ จำนวน ๑๒ หลัง เป็นอาคารคอนกรีต ๒ ชั้น ๑ หลัง ครึ่งตึกครึ่งไม้ ๒ ชั้น ๑ หลัง และอาคารไม้ ๑๐ หลัง นอกจากนี้มีฌาปนสถานและศาลาบำเพ็ญกุศลศพ สำหรับปูชนียวัตถุมี พระประธานในอุโบสถปางมารวิชัย มีพระนาม เรียกว่า “พระพุทธคุณวิจิตร” นอกจากนี้มีพระพุทธรูป ภ.ป.ร . พระอัครสาวกและรอยพระพุทธบาทจำลอง

วัดเพชรวราราม กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศตั้งเป็นวัดนับตั้งแต่วันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๐๑ โดยมีผู้บริจาคที่ดิน คือ นายสวัสดิ์ นางทับทิม เพชรบูรณิน , จ.ส.ต.พิมล นางธรรมา สุรเสน และนายมณี นางมาลี เกตุปัญญา เนื้อที่ ๗ ไร่เศษ ต่อมาทางวัดได้จัดซื้อเพิ่มเติมอีก การสร้างวัดได้รับความร่วมใจจากประชาชนหลายหมู่บ้าน วัดนี้ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ.๒๕๐๒ เขตวิสุงคามสีมากว้าง ๔๐ เมตร ยาว ๖๐ เมตร ได้ผูกพัทธสีมาวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๒๑ มีพระภิกษุอยู่จำพรรษา ๑๕ รูป สามเณร ๒๑ รูป ทางวัดเปิดสอนพระปริยัติธรรมทั้งแผนกธรรมและบาลี ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๐๑

เจ้าอาวาสวัดมี ๔ รูป คือ รูปที่ ๑ พระวัชรบุราจารย์ (เคลือบ ถามโก ป.ธ.๓) พ.ศ. ๒๕๐๑ - ๒๕๐๒ รูปที่ ๒ พระมหาวินิจ เขมวินีโต ป.ธ.๕ พ.ศ.๒๕๐๖ – ๒๕๐๙ รูปที่ ๓ พระวัชรบุราจารย์ (จรัล จรเณสี) พ.ศ. ๒๕๐๙ – ๒๕๑๕ รูปที่ ๔ พระธรรมวราลังการ (ชลอ กิตฺติสาโร ป.ธ.๕) ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๑๕ เป็นต้นมา

 

 

 

 กิจกรรมดีเด่นที่วัดดำเนินการ ได้แก่

- เป็นศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ 

- จัดโครงการสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา

- ประเพณีกวนข้าวทิพย์

 

6.  วัดโพธิ์สว่าง



          วัดโพธิ์สว่าง ตั้งอยู่เลขที่ ๑ บ้านนางั่ว หมู่ที่ ๘ ตำบลนางั่ว อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ ๙ ไร่ ๓๕ ตารางวา อาณาเขต ทิศเหนือยาว ๓ เส้น ๕ วา ติดต่อกับที่ดินของนายไพร และนายไทย ทิศใต้ยาว ๓ เส้น ๗ วา ๒ ศอก ติดต่อกับคลองห้วยทราย ทิศตะวันออกยาว ๓ เส้น ๕ วา ๑ ศอก ติดต่อกับคลอง ทิศตะวันตกยาว ๓ เส้น ๗ วา ติดต่อกับทางสาธารณะ มี ส.ค.๑ เป็นหลักฐาน

พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบลุ่มมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยม คางหมู อยู่ในย่านชุมชน อาคารเสนาสนะต่าง ๆ มี ศาลาการเปรียญกว้าง ๑๖ เมตร ยาว ๒๐ เมตร สร้าง พ.ศ.๒๔๒๒ เป็นอาคารไม้ยกพื้น กุฎีสงฆ์ จำนวน ๔ หลัง เป็นอาคารไม้ยกพื้นสูง มุงด้วยสังกะสี สำหรับปูชนียวัตถุมี พระพุทธรูปปางมารวิชัย เนื้อทองเหลือง ประดิษฐานอยู่ในมณฑป

วัดโพธิ์สว่าง ชาวบ้านเรียก “วัดใต้” สร้างขึ้นเป็นวัด นับตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๑๙ เดิมบริเวณแถวนี้เป็นป่าไม้หนาแน่น เมื่อทางราชการได้สร้างถนนหลวงสายสระบุรี – หล่มสัก ทำให้หมู่บ้านแถวนี้เจริญมากขึ้น วัดนี้มีพระภิกษุอยู่จำพรรษา ๗ รูป

เจ้าอาวาสมี ๕ รูป คือ รูปที่ ๑ พระอธิการสนิท พ.ศ. ๒๔๑๙ – ๒๔๖๗ รูปที่ ๒ พระอธิการแจ้ง พ.ศ.๒๔๖๗ -๒๔๗๘ รูปที่ ๓ พระอธิการกิ อุตฺตโม พ.ศ.๒๔๗๘ – ๒๕๐๙ รูปที่ ๔ พระอธิการอวน เตชธมฺโม พ.ศ.๒๕๑๘ – ๒๕๒๑ รูปที่ ๕ พระอธิการขุน ฐิตธมฺโม ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๒๑ ปัจจุบันมี พระครูโอภาสพัชรกิจเป็นเจ้าอาวาส

กิจกรรมดีเด่นที่ทางวัดดำเนินการ ได้แก่

- เป็นหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบล

- เป็นศูนย์การเรียนรู้ และฝึกอาชีพเครื่องจักสาน





7.  วัดมหาธาตุ

             วัดมหาธาตุ เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่เลขที่ ๑๗ ถนนนิกรบำรุง ตำบล ในเมือง อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ ๑๗ ไร่ ๓ งาน ๓๓ ตารางวา ตามโฉนดที่ดินเลขที่ ๘๓๐ เล่ม ๙ หน้า ๓๐ อาณาเขตทิศเหนือติดต่อกับที่ดิน ของเอกชน ทิศใต้ติดต่อกับคลองตลุก ทิศตะวันออกติดต่อกับถนนนิกรบำรุง ทิศตะวันตกติดต่อกับที่ดินของเอกชน

พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบอยู่ในเขตเทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ การคมนาคมสะดวก อาคารเสนาสนะต่าง ๆ มี พระอุโบสถหลังใหม่ ศาลาการเปรียญเป็นอาคารไม้ยกพื้นสูง กุฎีสงฆ์ จำนวน ๑๓ หลัง อาคารเรียน พระปริยัติธรรม ๒ ชั้น พระวิหารหลวงพ่อเพชรมีชัย ศาลาธรรมสังเวชและฌาปนสถาน ปูชนียวัตถุของวัดมี พระประธานในพระอุโบสถ มีพระนามว่า “หลวงพ่องาม” พระประธานในพระวิหารมีพระนามว่า “หลวงพ่อเพชรมีชัย” นอกจากนี้มีพระเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ บูรณะเมื่อ พ.ศ.๒๕๑๐ เป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ อัฐิธาตุพระอรหันต์ และพระพุทธรูปบูชา พระเครื่อง พระพิมพ์ต่าง ๆ ตลอดจนวัตถุโบราณอื่น ๆ อีกด้วย

วัดมหาธาตุ สร้างขึ้นเป็นวัดนับตั้งแต่ประมาณ พ.ศ.๑๙๒๖ พระเจ้าเพชรบูรณ์ซึ่งเป็นเจ้าเมืองเพชรบูรณ์เป็นผู้สร้างขึ้น ตามการสันนิษฐานของเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร ซึ่งขุดพบลานทองจารึกในพระเจดีย์องค์ใหญ่เมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๐ คงเป็นวัดที่ได้รับการทะนุบำรุงจากเจ้าเมืองให้เจริญรุ่งเรืองมาก ต่อมาได้กลายสภาพเป็นวัดร้าง เล่ากันว่า เจ้าพระยาจักรี(สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช) กับเจ้าพระยาสุรสีห์ (กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท) เมื่อคราวยกทัพไปรบกับพม่าที่พิษณุโลก ได้นำไพร่พลมาทางเมืองเพชรบูรณ์ และได้กระทำพิธีบวงสรวงเพื่อชัยชนะที่วัดมหาธาตุ นอกจากนี้แล้วทางราชการยังเคยใช้สถานที่นี้ประหารนักโทษสำคัญอีกด้วย

ต่อมาในปี พ.ศ.๒๔๔๗ สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ขณะประทับอยู่ที่เมืองเพชรบูรณ์ มีรับสั่งให้พระยาเพชรรัตน์ (เฟื่อง) เจ้าเมืองเพชรบูรณ์ เกณฑ์ผู้คนมาทำการบูรณะวัดมหาธาตุครั้งใหญ่ ครั้นถึงสมัยรัชกาลที่ ๖ ราว พ.ศ.๒๔๕๓ มีพระราชพิธีราชาภิเษกทรงรับน้ำจากหัวเมืองต่าง ๆ โดยเจ้าเมืองเพชรบูรณ์ได้นำน้ำจากสระมนในวัดมหาธาตุไปร่วมพิธีด้วย

วัดมหาธาตุ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาแต่เดิม ซึ่งมีใบเสมาของเก่าทำจากหินทรายปรากฏอยู่ แต่ได้ขอพระราชทานวิสุงคามสีมาใหม่ ได้รับพระราชทานเมื่อวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๙๖ เขตวิสุงคามสีมากว้าง ๔๐ เมตร ยาว ๘๐ เมตร ได้ผูกพัทธสีมาใหม่ในปี พ.ศ. ๒๔๙๗ มีพระภิกษุจำพรรษาประมาณปีละ ๕๐ รูป สามเณร ๘๐ รูป ทางวัดได้เปิดสอนพระปริยัติธรรม พ.ศ.๒๔๘๓ มีทั้งแผนกธรรมและบาลี เป็นวัดพัฒนาตัวอย่างในปี พ.ศ.๒๕๐๙ ได้รับการสถาปนาให้เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ นับตั้งแต่วันที่ ๒๗ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๒๕ ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการลงวันที่ ๓๐ ธันวาคมพ.ศ.๒๕๒๕

เจ้าอาวาสเท่าที่ทราบนามมี ๑๐ รูป คือ

- รูปที่ ๑ พระอาจารย์มี พ.ศ.๒๔๓๐ - ๒๔๓๖

- รูปที่ ๒ พระอาจารย์คง พ.ศ.๒๔๕๐ - ๒๔๖๒

- รูปที่ ๓ พระอาจารย์ทองดี พ.ศ.๒๔๖๒ - ๒๔๖๔

- รูปที่ ๔ พระอาจารย์มิ่ง พ.ศ.๒๔๖๔ – ๒๔๖๗

- รูปที่ ๕ พระอาจารย์เรียบ พ.ศ.๒๔๖๗ – ๒๔๖๙

- รูปที่ ๖ พระอาจารย์สำเริง หลวงปราบ พ.ศ.๒๔๗๑ – ๒๔๗๒

- รูปที่ ๗ พระปลัดคำภา พ.ศ.๒๔๗๔ – ๒๔๗๘

- รูปที่ ๘ พระอาจารย์แดง พ.ศ. ๒๔๗๙ – ๒๔๘๑

- รูปที่ ๙ พระเพชรบูรณคณาวสัย (แพ ธมฺมธริโก) พ.ศ.๒๔๘๓ – ๒๕๒๓

- รูปที่ ๑๐ พระเทพรัตนกวี ดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ ๑๒ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๒๔ เป็นต้นมา

 

" กิจกรรมดีเด่นที่ทางวัดดำเนินการ ได้แก่

- โรงเรียนปริยัติธรรมแผนกบาลีและสามัญ
- สำนักปฏิบัติธรรม
- ศูนย์พัฒนาคุณธรรมประจำจังหวัด


- เป็นวัดส่งเสริมสุขภาพ

- เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์

- สืบสานประเพณีสำคัญ เช่น เทศน์มหาชาติทรงเครื่อง 
















































วัดรัตนาราม

ประวัติวัดรัตนาราม



วัดรัตนาราม ตั้งอยู่เลขที่ ๑๙๐๙ บ้านซับบอน หมู่ที่ ๗ ตำบลกันจุ อำเภอบึงสามพัน จังหวัดเพชรบูรณ์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ ๒๐ ไร่ ๙๖ ตารางวา อาณาเขต ทิศเหนือยาว ๙ เส้น ๗ วาเศษ ติดต่อกับทุ่งนา ทิศใต้ยาว ๔ เส้น ๗ วา ๒ ศอก ติดต่อกับคลองสาธารณะ ทิศตะวันออกยาว ๔ เส้น ๗ วา ๒ ศอก ติดต่อกับทุ่งนา ทิศตะวันตกยาว ๙ เส้น ๑๓ วา ติดต่อกับที่ตั้งโรงเรียน ตาม น.ส. ๓ ก. เลขที่ ๑๙๘ มีที่ธรณีสงฆ์ จำนวน ๑ แปลง เนื้อที่ ๒๕ ไร่ ๓ งาน ๑๒ ตารางวา ตาม น.ส. ๓ เลขที่ ๑๙๘

กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศตั้งเป็นวัดนับตั้งแต่วันที่ ๒๘ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๒๙ เดิมเรียก “วัดซับบอน” ตามชื่อบ้าน ได้ริเริ่มสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.๒๕๐๗ โดยมีนายเฉลย ต้นทอง และนายสมศรี เพียงชัยภูมิ พร้อมกับประชาชนชาวบ้านซับบอนร่วมใจจัดสร้างวัดนี้ มีพระภิกษุอยู่จำพรรษา ๒๐ รูป สามเณร ๑๐ รูป

ปัจจุบันมีพระอธิการประสิทธิ์ จิตฺตกาโร เป็นเจ้าอาวาส

กิจกรรมดีเด่นที่ทางวัดดำเนินการ ได้แก่

- บรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน


















































- โครงการธรรมทัศนาจรให้แก่เด็กและเยาวชนเพื่อเป็นการเรียนรู้นอกสถานที่

































- โครงการปฏิบัติธรรมสำหรับเยาวชน
วัดวังชมพู

ประวัติวัดวังชมพู



วัดวังชมพู ตั้งอยู่บ้านวังชมพู หมู่ที่ ๓ ตำบลวังชมพู อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์ สังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุต มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ ๒๒ ไร่ ๒ งาน ๖๔ ตารางวา อาณาเขต ทิศเหนือยาว ๕ เส้น ๔ วา ๒ ศอก ติดต่อกับถนนหลวง ทิศใต้ยาว ๕ เส้น ๓ วา ๒ ศอก ติดต่อกับคลองวังชมพู ทิศตะวันออกยาว ๔ เส้น ๙ วา ติดต่อกับที่ดินของนายสมพงษ์ คุ้มวงศ์ ทิศตะวันตกยาว ๔ เส้น ๘ วา ติดต่อกับที่ดินของนายจันทร์ เนตรแสงสี ตาม น.ส. ๓ เลขที่ ๒๕๙

พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบสูง มีลักษณะเป็นเนินภูเขา มีถนนสายตะพานหิน –เพชรบูรณ์ เป็นทางคมนาคมสะดวก อาคารเสนาสนะต่าง ๆ มี ศาลาการเปรียญกว้าง ๑๖ เมตร ยาว ๓๒ เมตร สร้าง พ.ศ. ๒๕๒๖ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ๓ มุข ๒ ชั้น หอสวดมนต์กว้าง ๑๑.๕๐ เมตร ยาว ๑๔.๕๐ เมตร สร้าง พ.ศ.๒๕๑๙ กุฎีสงฆ์จำนวน ๘ หลัง เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ ๑ หลัง อาคารไม้ ๗ หลัง สำหรับปูชนียวัตถุมี พระร่วงสุโขทัยเนื้อทองเหลือง พระพุทธรูปบนยอดภูเขาพร้อมกับพระประจำวัน ๙ องค์ ในวัด เนื้อปูนปั้นทั้งหมด พระพุทธโสธรจำลองสร้าง พ.ศ.๒๕๒๐ เนื้อทองเหลือง นอกจากนี้มีพระพุทธรูปและรอยพระพุทธบาทจำลองอื่นอีก

วัดวังชมพู กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศตั้งเป็นวัดนับตั้งแต่วันที่ ๘ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๒๒ มีนามตามชื่อบ้าน ระยะแรกเรียก “วัดสุธาวาส” โดยมีพระอาจารย์เคลือบ ปโชโต ได้รับบริจาคเงินและร่วมกับเงินส่วนตัวนำไปซื้อที่ดิน ๑๖ ไร่ ๒ งาน และมีนายขาว นางเป๊ะ อ้นชนบท ได้บริจาคเพิ่มเติมอีก การสร้างวัดได้ริเริ่มดำเนินการตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๙๕ ได้มีผู้มีจิตศรัทธาสร้างเสนาสนะถวายไว้หลายราย ทำให้วัดนี้มีความ

เจริญรุ่งเรืองมากยิ่งขึ้นตามลำดับ มีพระภิกษุอยู่จำพรรษา ๘ รูป สามเณร ๘ รูป ทางวัดได้เปิดสอนพระปริยัติธรรม พ.ศ.๒๕๑๖ ขณะที่ยังเป็นที่พักสงฆ์เป็นต้นมา ปัจจุบันมี พระครูกิตฺติคุณสาร เป็นเจ้าอาวาส


กิจกรรมดีเด่นที่ทางวัดดำเนินการ ได้แก่

- ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิต

- สถานีวิทยุเผยแพร่ธรรมะ















- สำนักปฏิบัติธรรม





























- โครงการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อนร่วมกับเทศบาลวังชมภู

















วัดศิริมงคล

ประวัติศิริมงคล



วัดศิริมงคล ตั้งอยุ่ที่บ้านโคกสะอาด หมู่ที่ ๑ ตำบลโคกสะอาด อำเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ ๙ ไร่ ๑ งาน ๔ ตารางวา อาณาเขต ทิศเหนือยาว ๒ เส้น ๑๑ วา ๑ ศอก ติดต่อกับทางสาธารณะ ทิศใต้ยาว ๒ เส้น ๑๑ วา ๑ ศอก ติดต่อกับทางสาธารณะ ทิศตะวันตกยาว ๓ เส้น ๘ วา ๑ ศอก ติดต่อกับทางสาธารณะ โดยมี น.ส. ๓ เป็นหลักฐาน

กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศตั้งเป็นวัดนับตั้งแต่วันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๑๔ โดยมี นายศิริพงษ์ พรรณนา เป็นผู้นำชาวบ้านจัดสร้างขึ้น มีเสนาสนะต่าง ๆ คือ อุโบสถ ศาลาการเปรียญ กุฎีสงฆ์ จำนวน ๕ หลัง ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาวันที่ ๕ กันยายน พ.ศ.๒๕๒๑ เขตวิสุงคามสีมากว้าง ๓๐ เมตร ยาว ๖๐ เมตร ได้ผูกพัทธสีมาวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๒๔ มีพระภิกษุอยู่จำพรรษา ๑๒ รูป สามเณร ๑๐ รูป ทางวัดได้เปิดสอนพระปริยัติธรรมตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๑๕

เจ้าอาวาสมี ๒ รูป คือ รูปที่ ๑ พระมหาใจ ถึง พ.ศ.๒๕๑๕ รูปที่ ๒ พระครูวิสุทธิวาที ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๑๕ จนถึงปัจจุบัน


กิจกรรมดีเด่นที่ทางวัดดำเนินการ ได้แก่

- อุทยานการศึกษา ๒๕๕๑































- หน่วยอบรมประจำตำบล
 

แก้ไขล่าสุด (วันเสาร์ที่ 13 มีนาคม 2010 เวลา 22:03 น.)

 

คอมเมนต์  

 
0 #1 Jasmine วันที่ 04-04-2014 06:04 น.
When some one searches for his necessary thing, so he/she wishes to be available that in detail,
therefore that thing is maintained over here.

Feel free to surf to my web page ... เครื่องบรรจุน้ํ าดื่ม: http://www.aqua-dd.com
อ้างอิง
 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช

เว็บไซต์สำนักพุทธจังหวัด

เว็บสำนักพุทธฯส่วนกลาง Untitled Document


เว็บสำนักพุทธฯจังหวัด Untitled Document