ปัจฉิมกาล 

- ก่อนปรินิพพาน 3 เดือน ทรงปลงอายุสังขาร 
- ก่อนปรินิพพาน 1 วัน นายจุนทะถวายสุกรมัททวะ (หมูอ่อน) เมื่อพระองค์เสวยแล้วประชวรพระอานนท์โกรธ พุทธองค์จึงตรัสว่า 
""บิณฑบาตที่มีอานิสงส์ที่สุด มี 2ประการ คือ เมื่อตถาคต (พุทธองค์) 
เสวยบิณฑบาตแล้วตรัสรู้ ,ปรินิพพาน"" 

- ก่อนปรินิพพานทรงกล่าวพุทธโอวาทว่า 
1.)การบูชาพุทธองค์อย่างแท้จริง คือ การปฎิบัติธรรมให้สมควรแก่ธรรม 
2.)พุทธศาสนิกชนที่ต้องการเฝ้าพระองค์ควรไปที่ ""สังเวชนียสถาน"" 
3.)การวางตัวของภิกษุต่อสตรี ต้องคุมสติอย่าแปรปรวนตามราคะตัณหา 
4.)พระบรมสารีริกธาตุเป็นเรื่องของกษัตริย์(มัลลกษัตริย์) มิใช่กิจของสงฆ์ 
5.)ความพลัดพรากเป็นธรรมดาของโลก 
6.)ธรรมและวินัย จะเป็นศาสดาแทนพุทธองค์ ทั้งนี้เพราะบุคคลไม่เที่ยงแท้เท่ากับพระธรรมซึ่งเป็นสัจธรรม

- ปัจฉิมสาวก คือ สุภัททะบริพาชก 
- ปัจฉิมโอวาท 
""ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราขอบอกเธอทั้งหลาย สังขารทั้งปวงมีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา 
พวกเธอจึงทำประโยชน์ตนเอง และประโยชน์ของผู้อื่นให้สมบูรณ์ด้วยความไม่ประมาทเถิด""
(อปปมาเทน สมปาเทต) 

- ปรินิพพาน ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ใต้ต้นสาละ ณ สาลวโนทยาน ของเหล่ามัลลกษัตริย์ เมืองกุสินารา แคว้นมัลละ 
พระชนมายุ 80 ปี ทรงเทศนาสั่งสอนมาเป็นเวลา 45 ปี

แก้ไขล่าสุด (วันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2010 เวลา 16:02 น.)