<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[วัดสำคัญของจังหวัด]]></title>
<link>https://pnb.onab.go.th/th/content/category/index/id/110</link>
<atom:link href="https://pnb.onab.go.th/th/content/category/index/id/110" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[วัดธรรมยาน]]></title>
<link>https://pnb.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/97572</link>
<guid isPermaLink="false">6928060d2656ecbbd03ca53698f3ad7b</guid>
<pubDate>Thu, 20 Mar 2025 09:14:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h1 data-ignorechecktext="true" style="text-align: center;"><span style="color:#0000cd;"><u><strong><span style="font-size:24px;">วัดธรรมยาน จังหวัดเพชรบูรณ์</span></strong></u></span></h1>

<p style="text-align: justify;"><strong><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp;วัดธรรมยาน (Wat Dhammayan) เป็นวัดที่มีความสวยงามและมีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดเพชรบูรณ์ ภายในวัดโดดเด่นด้วยพระอุโบสถสีขาวที่ด้านในเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธชินราชองค์สีทองอร่ามซึ่งถือเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองมาตั้งแต่โบราณ ด้านนอกพระอุโบสถเป็นที่ตั้งของประติมากรรมพญานาคคู่องค์ใหญ่ที่สามารถพ่นน้ำได้ โดยมีความเชื่อกันว่าหากโดนละอองน้ำพญานาคจะเกิดสิริมงคลแก่ชีวิต วัดแห่งนี้จึงเป็นที่รู้จักและมีผู้แวะเวียนมาทำบุญกันอย่างไม่ขาดสาย </span></strong></p>

<p style="text-align: center;"><u><strong><span style="color:#0000cd;"><span style="font-size:24px;">ประวัติ</span><span style="font-size:24px;">วัดธรรมยาน</span><span style="font-size:24px;"></span></span></strong></u></p>

<p style="text-align: justify;"><strong><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp;วัดธรรมยานตั้งอยู่ที่ตำบลนาเฉลียงในอำเภอหนองไผ่ วัดแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์บูชาพระคุณหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง โดยมีการนำคำว่า &ldquo;ธรรมยาน&rdquo; ของสมณะศักดิ์ของหลวงพ่อฤาษีลิงดำที่มีนามว่า &ldquo;เจ้าคุณพระสุธรรมยานเถระ&rdquo; มาตั้งเป็นชื่อวัดเพื่อสื่อความหมายว่าเป็น &ldquo;สถานที่ที่เปรียบเสมือนยานพาหนะ (เรือ) นำพาให้เข้าถึงธรรม&rdquo; ภายในวัดมีพระอุโบสถสีขาวที่มีฉากหลังเป็นทิวเขา และมีประติมากรรมพญานาคคู่พ่นน้ำองค์ใหญ่ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าพระอุโบสถ ประติมากรรมพญานาคมีความยาว ๓๕&nbsp;เมตร มีนามว่า พญาศรีสุธนและพญาศรีสุนันท์ ภายในพระอุโบสถได้รับการตกแต่งอย่างวิจิตรงดงาม ด้านในเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธชินราชองค์สีทองซึ่งเป็นพระพุทธรูปศิลปะแบบปางมารวิชัยที่เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองมาตั้งแต่โบราณ และมีรูปเหมือนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ(วัดท่าซุง) ประดิษฐานอยู่ภายในอีกด้วย นอกจากนี้ สถานที่สำคัญอีกแห่งภายในวัดแห่งนี้ คือ มหาวิหารหลวงพ่อยิ้ม ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อยิ้ม หรือ สมเด็จพระพุทธธรรมยาน ซึ่งเป็นพระประธานภายในวิหาร นอกจากนี้ยังมีสมเด็จองค์ปฐม สมเด็จปางจักรพรรดิ์ หลวงปู่ปาน หลวงพ่อพระราชพรหมยาน และมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่โดยรอบมหาวิหาร จำนวน ๑๐๔&nbsp;องค์ ให้พุทธศาสนิกชนได้สักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลอีกด้วย</span></strong></p>
]]></description>
<enclosure url='https://pnb.onab.go.th/th/file/get/file/2025032058480af32ec99a085713c4c12193533a091727.jpg' type='image/jpg' length='63293' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดเพชรวราราม  พระอารามหลวง]]></title>
<link>https://pnb.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/97246</link>
<guid isPermaLink="false">b19dd6f30a4bb9caa517067dbb5bfabb</guid>
<pubDate>Fri, 14 Mar 2025 14:19:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><span style="color:#0000cd;"><strong><u><span style="font-size:26px;">เขตที่ตั้ง</span></u></strong></span></p>

<p style="text-align: justify;"><strong><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; วัดเพชรวราราม ตั้งอยู่เลขที่ ๒๘๒ บ้านกกเบน ถนนเพชรเจริญ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์ สังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุต มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ ๑๙ ไร่ ๑ งาน ๒๘ ตารางวา อาณาเขต ทิศเหนือยาว ๑๐๕ เมตร ติดต่อกับที่ดินของเอกชน ทิศใต้ ยาว ๙๔ เมตร ติดต่อกับถนนเทศบาลพัฒนา และที่ดินของเอกชน ทิศตะวันออกยาว ๒๘๕ เมตร ติดต่อกับที่ดินของเอกชน ทิศตะวันตกยาว ๓๐๙ เมตร ติดต่อกับที่ดินของเอกชน ตาม โฉนดที่ดินเลขที่ ๒๐๑๒,๑๐๑๗๙</span></strong></p>

<p style="text-align: justify;"><strong><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบและมีสวนป่าร่มรื่น ได้แบ่งเขตการก่อสร้างไว้เป็นสัดส่วน อาคารเสนาสนะต่าง ๆ มี อุโบสถกว้าง ๗.๕๐ เมตร ยาว ๒๖.๕๐ เมตร สร้าง พ.ศ. ๒๕๒๐ โครงสร้าง คอนกรีตเสริมเหล็ก ศาลาการเปรียญกว้าง ๑๕ เมตร ยาว ๒๖.๕๐ เมตร สร้าง พ.ศ. ๒๕๑๙ เป็นศาลาทรงไทย ๒ ชั้น ครึ่งตึกครึ่งไม้ กุฏิสงฆ์ จำนวน ๑๒ หลัง เป็นอาคารคอนกรีต ๒ ชั้น ๑ หลัง ครึ่งตึกครึ่งไม้ ๒ ชั้น ๑ หลัง และอาคารไม้ ๑๐ หลัง นอกจากนี้มีฌาปนสถาน และศาลาบำเพ็ญกุศลศพ สำหรับปูชนียวัตถุมี พระประธานในอุโบสถปางมารวิชัย มีพระนาม เรียกว่า &ldquo;พระพุทธคุณวิจิตร&rdquo; นอกจากนี้มีพระพุทธรูป ภ.ป.ร. พระอัครสาวกและรอยพระพุทธบาทจำลอง</span></strong></p>

<p style="text-align: center;"><span style="color:#0000cd;"><strong><u><span style="font-size:26px;">ประวัติความเป็นมา</span></u></strong></span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-size:24px;"><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; วัดเพชรวรารามได้เริ่มสร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๗ โดยคณะพุทธศาสนิกชน ชาวบ้านกกเบน บ้านไทรงาม ตำบลสะเดียง อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมด้วยประชาชนหมู่บ้านใกล้เคียง โดยได้ทำการบูรณะวัดพระแก้ว ซึ่งเป็นวัดร้างใกล้บ้าน ให้กลับเป็นวัดที่มีพระสงฆ์จำพรรษาขึ้นใหม่ อีกทั้งได้ขอพระสงฆ์จากพระครูสีตลาภิรัต (เคลือบ ถามโก) วัดสามัคคีวัฒนา อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ มีพระสงฆ์จำนวน ๕ รูป จากวัดสามัคคีวัฒนา มาจำพรรษา ณ วัดพระแก้ว ต่อมามีปัญหาเรื่องที่ดินวัดพระแก้ว</strong></span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-size:24px;"><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; นายสวัสดิ์ เพชระบูรณิน ซึ่งเป็นคนหนึ่งในคณะผู้ดำริสร้างวัด จึงได้นิมนต์พระสงฆ์จากวัดพระแก้ว ไปพำนักอยู่ในที่ดินอันเป็นสวนของตน ภายหลังได้มอบที่ดินเพื่อตั้งวัดเพชรวราราม ซึ่งอยู่ห่างจากวัดพระแก้ว ราวเมตรเศษ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๙ นายสวัสดิ์ เพชระบูรณิน จึงได้ดำเนินการขอสร้างวัด จนตั้งเป็นวัดเมื่อ วันที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๐๑ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๐๒&nbsp;ต่อมาได้รับฐานะเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ เมื่อ ๒๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๕</strong></span></p>

<p style="text-align: center;"><span style="color:#0000cd;"><strong><u><span style="font-size:26px;"></span></u></strong></span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://pnb.onab.go.th/th/file/get/file/2025032089c72497f139c243e7c260f83eb59008085541.jpg' type='image/jpg' length='95523' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดไพรสณฑ์ศักดาราม พระอารามหลวง]]></title>
<link>https://pnb.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/97229</link>
<guid isPermaLink="false">3e139d58989fbc074b63f4d48dde0dd5</guid>
<pubDate>Fri, 14 Mar 2025 10:48:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><font color="#0000cd"><span style="font-size: 26px;"><b><u>เขตที่ตั้ง</u></b></span></font><span style="font-size:24px;"></span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-size:24px;"><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;วัดไพรสณฑ์ศักดาราม เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่เลขที่ ๙๑ ถนนพิทักษ์ ซอยปริยัติธรรม ตำบลหล่มสัก อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ ๑๒ ไร่ ๓ งาน ๓๕ ตารางวา ตามโฉนดเลขที่ ๒๒๑ อาณาเขต ทิศเหนือติดต่อกับที่ดินของนางวรรณทอง ไชยสุวรรณ ทิศใต้ติดต่อกับซอยปริยัติธรรม ทิศตะวันออกติดต่อกับถนนพิทักษ์ และแม่น้ำแควป่าสัก ทิศตะวันตกติดต่อกับหมู่บ้านชาวหล่มสัก และถนนวจีสัตยารักษ์ &nbsp;และมีที่ธรณีสงฆ์ ๑ แปลง เนื้อที่ ๑ ไร่ ๑ งาน ๙๓ ตารางวา ตามโฉนดที่ดินเลขที่ ๒๒๑ หน้า ๒๑&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบและลาดเอียงไปทางทิศตะวันตก อาคารเสนาสนะต่าง ๆ มี พระ อุโบสถหลังใหม่กว้าง ๑๕ เมตร ยาว ๒๑ เมตร สร้าง พ.ศ. ๒๕๐๔ พระวิหารกว้าง ๔ เมตร ยาว ๙ เมตร ศาลาการเปรียญ (ศาลากิมฮวย วัฒนศักดิ์) สร้าง พ.ศ. ๒๕๒๓ กุฏิสงฆ์ จำนวน ๒๐ หลัง นอกจากนี้มีอาคารเรียนพระปริยัติธรรม ๒ หลัง ห้องสมุดแน่งน้อย หอสวดมนต์ อาคารที่ทำการเจ้าคณะจังหวัด สภาบริหารคณะสงฆ์จังหวัด ศาลาธรรมสังเวช และฌาปนสถาน บูชนียวัตถุนอกจากพระพุทธรูป พระประธาน ซึ่งมีขนาดและปางต่าง ๆ แล้ว ยังมีอนุสาวรีย์ ของอดีตเจ้าอาวาสรูปที่ ๑ และที่ ๒</strong></span><font color="#0000cd"><span style="font-size: 26px;"><b><u></u></b></span></font></p>

<p style="text-align: center;"><font color="#0000cd"><span style="font-size: 26px;"><b><u>ประวัติความเป็นมา</u></b></span></font><strong><span style="font-size:24px;"></span></strong></p>

<p style="text-align: justify;"><strong><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;วัดไพรสณฑ์ศักดาราม พระอารามหลวง เดิมชื่อ วัดป่า ตำบลวัดป่า อำเภอวัดป่า จังหวัดหล่มสัก วัดป่าสร้างเมื่อราม พ.ศ. ๒๓๘๒ พระสุริยวงศาชนสงครามรามภักดีกรมพาหะ (คง) เจ้าเมืองหล่มสักคนแรกสร้างเป็นวัดคู่บ้านคู่เมือง เพื่อใช้เป็นสถานที่ถือน้ำพิพัฒน์สัตยาวัดป่ามีประวัติเกี่ยวข้องทาง ประวัติศาสตร์ ซึ่งจำเป็นต้องเล่าถึงปะวัติความเป็นมาของบ้านเมืองพอสมควรเพื่อจะได้ทราบประวัติโดยแจ่มแจ้งชัดเจน เมืองหล่มเก่าเดิมชื่อ &ldquo;เมืองล่ม&rdquo; หรือ &ldquo;เมืองลุ่ม&rdquo; หรือ &ldquo;เมืองหล่ม&rdquo; ซึ่งมีหลักฐานอ้างอิงปรากฏในศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงมหาราชว่า เมืองล่มนี้มิใช่เป็นเมืองที่ทางราชการตั้งขึ้น แต่เป็นเมืองที่เกิดขึ้นโดยประชาชนร่วมกันสร้าง เราจะเป็นได้ว่านิสัยของคนเมืองหล่มเก่าพร้อมเพรียงกันอย่างน่าชมเชย สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงสันนิษฐานว่าพวกราษฎรชาวศรีสัตนาคนหุต ได้มาพำนักอยู่ก่อนแล้วก่อสร้างเจดียสถานไว้สำหรับเพื่อนบ้าน เหตุที่พากันมาอยู่สร้างเมืองลุ่มนี้ ก็เพราะหนีภัยต่างๆ เมืองจำนวนคนเพิ่มขึ้นก็เกิดเป็นบ้านเมือง ในที่สุดเกิดมีผู้ปกครองแต่ไม่ได้เรียกว่าเจ้าเมือง ใช้คำเมืองเรียกว่า &ldquo;อุปฮาด&rdquo; ตามภาษาพื้นเมืองที่ใช้กันเป็นชื่อตำแหน่งเจ้าเมืองของชาวศรีสัตนาคนหุต เมืองลุ่มนี้มาปรากฏมีความสำคัญในประวัติศาสตร์ขึ้น เมื่อเกิดมีกบฏเจ้าอนุเวียงจันทน์ส่งเจ้าราชวงศ์คุมกองทัพกบฏส่วนหนึ่งมายึด เมืองลุ่ม อุปอาด เจ้าเมืองลุ่มมีกำลังน้อย จึงต้องยอมสวามิภักดิ์ต่อเจ้าราชวงศ์ เมื่อกองทัพพระยาอภัยภูธรกับพระยาพิชัยไอถึงเมืองลุ่ม นายคงชาวพื้นเมืองลุ่มได้อาสานำทัพพระยาอภัยภูธรกับพระยาพิชัยไปถึงเมือง หนองบัวลำภู ทัพไทยจับเจ้าเมืองหรืออุปฮาดเมืองลุ่มได้แล้วสำเร็จโทษ ตำแหน่งอุปฮาดจึงว่างลง ทางราชการพิจารณาความชอบของนายคง ผู้กล้าหาญและซื่อสัตย์ต่อความดีเห็นว่าควรบำเหน็จรางวัลด้วยตำแหน่งอุปฮาด และบรรดาศักดิ์ให้สูงขึ้น ดังนั้นนายคงจึงได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ว่า &ldquo;พระยาสุริยวงศาชนสงครามรามภักดีวิริยกรมพาหะ&rdquo;</span></strong></p>

<p style="text-align: justify;"><strong><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;พระสุริยวงศาหรือนายคงนี้ &nbsp;ขณะเดินทางจากกรุงเทพฯมายังเมืองลุ่มหรือหล่มได้ผ่านบ้านท่ากกโพธิ์ &nbsp;ซึ่งอยู่ใต้เมืองหล่มลงมาเห็นว่าดินแดนแห่งนี้อุดมสมบูรณ์ &nbsp; เป็นชัยภูมิอันเหมาะที่จะเป็นเมืองอะไรได้สักเมืองหนึ่ง &nbsp;จึงมาตั้งสร้างเมืองขึ้นใหม่ที่บ้านท่ากกโพธิ์ &nbsp;ซึ่งอยู่ฝั่งซ้ายของแม่น้ำแควป่าสัก &nbsp;จึงให้ชื่อว่า &ldquo;หล่มสัก&rdquo; &nbsp; ราว &nbsp;พ.ศ. ๒๓๔๐ &nbsp;ตรงกับรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว &nbsp;เมืองหล่มสักได้ยกฐานะขึ้นเป็นจังหวัดในนามว่า &ldquo;จังหวัดหล่มสัก&rdquo; &nbsp;ส่วนอำเภอในเมืองให้ชื่อว่า &nbsp;&ldquo;อำเภอวัดป่า&rdquo; เจ้าเมืองหล่มสักคนแรก คือพระสุริยวงศาชนสงครามรามภักดีวิริยกรมพาหะ (คง) &nbsp;เป็นคนเอาใจใส่ในหน้าที่น่าสรรเสริญกอร์ปทั้งเป็นผู้มีจิตใจฝักใฝ่เอา ภารธุระในทางพระพุทธศาสนาเป็นอย่างดี &nbsp;จะเห็นได้สมัยที่มาสร้างเมืองขึ้นใหม่</span></strong></p>

<p style="text-align: justify;"><strong><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ราวพุทธศักราช &nbsp;๒๓๘๒ &nbsp;ได้สร้างวัดนี้ขึ้นเป็นวัดของทางราชการสำหรับใช้เป็นที่ถือน้ำพิพัฒน์สัตยา &nbsp;ชาวบ้านนิยมเรียกว่า &ldquo;วัดป่า&rdquo; สร้างขึ้นฝั่งขวาริมแม่น้ำป่าสัก &nbsp;พระสุริยวงศาฯ ได้สร้างกุฏิขึ้น &nbsp;๒ &nbsp;หลัง &nbsp;ศาลา &nbsp;๑ &nbsp;หลัง &nbsp;โบสถ์ &nbsp;๑ &nbsp;หลัง &nbsp;๑ &nbsp; &nbsp;วิหาร &nbsp; ๑ &nbsp;หลังหมายเหตุ &nbsp;จังหวัดหล่มสักได้ยุบเป็นอำเภอชั้นเอก &nbsp; &nbsp; เมื่อ &nbsp;พ.ศ.๒๔๗๕ &nbsp;สมัยเปลี่ยนแปลงการปกครองและเศรษฐกิจตกต่ำ</span></strong><span style="font-size:24px;"><br />
<strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา &nbsp;เมื่อวันที่ ๓๑ เดือน มกราคม พ.ศ. ๒๕๐๕&nbsp; &nbsp;เขตวิสุงคามสีมา กว้าง ๔๐ เมตร ยาว ๘๐ เมตร ประกาศราชกิจจานุเบกษา วันที่ &nbsp;๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๕&nbsp; ได้รับยกวัดราษฎร์เป็นพระอารามหลวง &nbsp;&nbsp;ชั้นตรีชนิดสามัญ &nbsp; &nbsp;นับตั้งแต่วันที่ &nbsp; ๓๑ &nbsp;สิงหาคม &nbsp;พ.ศ.๒๕๒๒ ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการลงวันที่ &nbsp; ๒๘ &nbsp; กันยายน &nbsp; พ.ศ.๒๕๒๒ &nbsp; &nbsp; ประกาศราชกิจจานุเบกษาวันที่ ๑๖ &nbsp;ตุลาคม &nbsp;๒๕๒๒</strong></span></p>

<p><span style="font-size:24px;"><strong><em>&nbsp;การศึกษา</em><br />
&nbsp;- มีโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม เปิดสอนเมื่อ &nbsp; &nbsp; &nbsp;พ.ศ. ๒๔๗๗<br />
&nbsp;- มีโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกบาลี เปิดสอนเมื่อ &nbsp; &nbsp; &nbsp;พ.ศ. ๒๔๘๙<br />
&nbsp;- มีโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา เปิดสอนเมื่อ &nbsp; &nbsp; &nbsp;พ.ศ. ๒๕๑๙<br />
&nbsp;- มีมหาวิทยาลัยระดับอุดมศึกษา เปิดสอนเมื่อ &nbsp; &nbsp; &nbsp;พ.ศ. ๒๕๔๔</strong></span></p>

<p><span style="font-size:24px;"><strong>&nbsp;<em>การเผยแผ่พระพุทธศาสนา&nbsp;</em><br />
&nbsp;- มีสภาสังคมสงเคราะห์ หน่วยที่ ๑๐๑ แต่งตั้งเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๙<br />
&nbsp;- มีหน่วยอบรมประจำตำบล (อปต) แต่งตั้งเมื่อ &nbsp;พ.ศ. ๒๕๖๕</strong></span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-size:24px;"></span></p>

<p style="text-align: justify;">&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://pnb.onab.go.th/th/file/get/file/2025031459b514174bffe4ae402b3d63aad79fe0112843.jpg' type='image/jpg' length='18574' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดประชานิมิต]]></title>
<link>https://pnb.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/97219</link>
<guid isPermaLink="false">0f98b37badae4208a0871ccc7f1060df</guid>
<pubDate>Fri, 14 Mar 2025 10:37:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><span style="font-size:26px;"><span style="color:#0000cd;"><u><strong>เขตที่ตั้งวัด</strong></u></span></span><span style="font-size:24px;"></span><span style="font-size:24px;"></span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-size:24px;"><br />
<strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ที่ดินที่ตั้งวัด มีเนื้อที่ ๔๓ ไร่ ๐ งาน ๗๑.๐๐ ตารางวา โฉนดที่ดิน เลขที่ ๔๖๗๘๖ อาณาเขต ทิศเหนือ &nbsp; จด ทางสาธารณะ&nbsp; ทิศใต้ &nbsp; จดทางสาธารณะ ทิศตะวันออก &nbsp;ทางถนนสายวิเชียรบุรี-บึงกระจับ ทิศตะวันตก &nbsp; จด ทางสาธารณะ ที่ธรณีสงฆ์ จำนวน ๒ แปลง </strong></span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-size:24px;"><strong>๑. โฉนดที่ดิน เลขที่ ๔๙๒๒๑ &nbsp; มีเนื้อที่ ๓ ไร่ ๓ งาน ๘๖.๓๐ ตารางวา &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; </strong></span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-size:24px;"><strong>๒. โฉนดที่ดินเลขที่ &nbsp;๒๒๕๐๓ &nbsp; &nbsp; มีเนื้อที่ ๔ ไร่ ๐ งาน ๐๐ ตารางวา&nbsp;</strong></span><span style="font-size:24px;"><strong>&nbsp;</strong></span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-size:24px;"><strong><em>อาคารเสนาสนะ ประกอบด้วย</em><br />
- อุโบสถ คสล. กว้าง ๑๐ เมตร &nbsp; ยาว ๒๕ เมตร &nbsp;สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๒ &nbsp; &nbsp;<br />
- ศาลาการเปรียญสองชั้น คสล. กว้าง ๒๘ เมตร&nbsp;ยาว ๕๖ เมตร &nbsp;สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๐&nbsp;<br />
- กุฏิสงฆ์ จำนวน &nbsp; ๓๐ หลัง คสล. &nbsp;๑๔ &nbsp;หลัง &nbsp; ครึ่งตึกครึ่งไม้ จำนวน &nbsp; &nbsp;๑๖ &nbsp; หลัง<br />
- วิหาร คสล. กว้าง ๑๐ เมตร &nbsp;ยาว ๑๕ เมตร &nbsp;สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๖๐&nbsp;<br />
- ศาลาอเนกประสงค์ คสล. กว้าง &nbsp; &nbsp;๒๗ &nbsp; &nbsp;เมตร &nbsp;ยาว &nbsp;๖๐ เมตร &nbsp;สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๖๐ </strong></span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-size:24px;"><strong><em>มีอาคารเสนาสนะต่างๆ ดังนี้&nbsp;</em><br />
- ฌาปนสถาน จำนวน &nbsp; &nbsp; ๑ &nbsp; &nbsp; หลัง &nbsp; &nbsp;หอระฆัง &nbsp; จำนวน &nbsp; &nbsp; ๑ &nbsp; &nbsp; หลัง &nbsp;หอกลอง &nbsp; &nbsp;จำนวน ............ หลัง &nbsp;<br />
- โรงครัว &nbsp; &nbsp; &nbsp; จำนวน &nbsp; &nbsp;๑ &nbsp; &nbsp; &nbsp;หลัง &nbsp; &nbsp;เรือนเก็บพัสดุ จำนวน &nbsp; &nbsp;๒ &nbsp; &nbsp;หลัง &nbsp; &nbsp;เรือนรับรอง &nbsp; จำนวน &nbsp;๑ &nbsp;หลัง &nbsp;</strong></span><br />
&nbsp;</p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-size:24px;"><strong><em>ปูชนียวัตถุ มี</em><br />
&nbsp;- พระประธานประจำอุโบสถ ปางมารวิชัย&nbsp;ขนาดหน้าตัก กว้าง ๓๙ นิ้ว &nbsp;สูง ๘๐ นิ้ว &nbsp;สร้างเมื่อ พ.ศ. &nbsp; &nbsp;๒๕๒๒&nbsp;<br />
&nbsp;- พระประธานประจำศาลาการเปรียญ ปางสมาธิ&nbsp;ขนาดหน้าตัก กว้าง ๙๐ นิ้ว &nbsp;สูง ๒๐๐ นิ้ว &nbsp;สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๐&nbsp;<br />
ปูชนียวัตถุอื่นๆ </strong></span><span style="font-size:24px;"><strong>พระบรมสารีริกธาตุ , พระพุทธรูปปางจักรพรรดิ &nbsp; </strong></span></p>

<p style="text-align: center;"><span style="color:#0000cd;"><u><span style="font-size:26px;"><strong>ประวัติความเป็นมา</strong></span></u></span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-size:24px;"><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; วัดประชานิมิต ตั้งวัดเมื่อวันที่ ๒๒ เดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๖ &nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; วัดประชานิมิต ตั้งอยู่ที่ ๓๔๒ หมู่ที่ ๗ บ้านหนองไข่น้ำ ตำบลท่าโรง อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ ในเขตเทศบาลเมืองวิเชียรบุรี สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย รอบบริเวณวัดมีหมู่บ้านที่ตั้งอยู่บริเวณเดียวกันคือ บ้านนาไร่เดียว หมู่ที่ ๖, ๑๐, ๑๑ ส่วนบ้านหนองไข่น้ำ แบ่งออกเป็น ๓ หมู่ คือ หมู่ที่ ๗, ๙, ๑๕ เดิมชาวบ้านเรียกว่า &ldquo;วัดหนองสองห้อง&rdquo; เพราะมีสระน้ำ ๒ สระ แต่ไม่ปรากฏหลักฐานว่าขุดตั้งแต่เมื่อใด<br />
ทั้ง ๖ หมู่บ้านจะร่วมกันทำบุญที่วัดประชานิมิต เริ่มสร้างวัดครั้งแรกเมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒ กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศตั้งเป็นวัดในพระพุทธศาสนาเมื่อวันที่ ๒๒&nbsp;ตุลาคม ๒๕๑๖ ประกาศในพระราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๙๐ ตอนที่ ๑๔๒ วันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๑๖ โดยมีนายบุญมา พรหมสูงเนิน<br />
เป็นผู้ดำเนินการขอสร้างวัดและตั้งวัด ตามโฉนดเลขที่ ๔๒๗๘๖ มีเนื้อที่ ๔๓ ไร่ ๗๑ ตารางวา ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๒๒ ประกาศในพระราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๙๖ ตอนที่ ๑๘๖ วันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๒๒&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ ๗ เดือน พฤศจิกายน พ.ศ. &nbsp; &nbsp;๒๕๒๒ &nbsp;เขตวิสุงคามสีมา กว้าง ๔๐ เมตร ยาว ๘๐ เมตร<br />
&nbsp;เดิมชาวบ้านเรียกว่า &ldquo;วัดหนองสองห้อง&rdquo; เพราะมีสระน้ำ ๒ สระ แต่ไม่ปรากฏหลักฐานว่าขุดตั้งแต่เมื่อใดทั้ง ๖ หมู่บ้านจะร่วมกันทำบุญที่วัดประชานิมิต เริ่มสร้างวัดครั้งแรกเมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒ กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศตั้งเป็นวัดในพระพุทธศาสนาเมื่อวันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๑๖&nbsp;&nbsp;</strong></span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-size:24px;"><strong><u>การศึกษา</u><br />
&nbsp;- มีโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๒&nbsp;<br />
&nbsp;- มีโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกบาลี เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๐&nbsp;<br />
&nbsp;- มีโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๙ &nbsp;<br />
<u>การเผยแผ่พระพุทธศาสนา</u><br />
&nbsp;- มีสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด (สธจ.) แห่งที่ &nbsp; ๓ &nbsp; แต่งตั้งเมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๐ &nbsp;ได้รับรางวัล &nbsp; &nbsp; </strong></span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-size:24px;"><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ๑) วัดพัฒนาตัวอย่าง เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๐ &nbsp; &nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;๒) ชุมชนคุณธรรมต้นแบบจังหวัดเพชรบูรณ์ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๒&nbsp;จาก กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม &nbsp; &nbsp;&nbsp;</strong></span><span style="font-size:24px;"></span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-size:24px;"><strong>การบริหารและการปกครอง ลำดับเจ้าอาวาสตั้งแต่อดีต-ปัจจุบัน<br />
รูปที่ ๑ &nbsp;พระครูอดุลพัชราภรณ์ (อำคา &nbsp;ถาวโร) &nbsp; &nbsp; &nbsp; ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๖ - ปัจจุบัน &nbsp; &nbsp; พระอุปัชฌาย์ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดเพชรบูรณ์</strong></span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-size:24px;"></span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-size:24px;"><span style="color:#0000cd;"><u></u></span><span style="color:#0000cd;"><u></u></span></span><span style="font-size:24px;"><br />
<strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; </strong></span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://pnb.onab.go.th/th/file/get/file/2025031478805a221a988e79ef3f42d7c5bfd418103903.jpg' type='image/jpg' length='78746' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว ]]></title>
<link>https://pnb.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/97217</link>
<guid isPermaLink="false">ff9d541bc341cfa1a118b53066f6378a</guid>
<pubDate>Fri, 14 Mar 2025 09:27:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><strong><span style="font-size:26px;"><span style="color:#0000cd;"><u>ประวัติความเป็นมา</u></span></span></strong></p>

<p style="text-align: justify;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <strong><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp;เดิมที่ดินบริเวณนี้เป็นของคุณภาวิณี โชติกูล และ คุณอุไร โชติกูล ด้วยความที่มีจิตศรัทธาจึงซื้อที่ดินถวาย ๒๕ ไร่ ต่อมาผู้จิตศรัทธาเข้าร่วมถวายกันเพิ่ม จนมีที่ดินรวม ๙๑ ไร่ ในปี พ.ศ. ๒๕๔๗ ได้มีการจัดสร้าง พระเจดีย์พระธาตุผาซ่อนแก้ว สิริราชย์ธรรมนฤมิตร หลังจากที่หลวงพ่อปารมี สุรยุทโธ (หลวงพ่อยงยุทธ) และพระอาจารย์อำนาจ โอภาโส ได้ไปผาซ่อนแก้วเพื่อปฏิบัติธรรม โดยมีเพียงกระต๊อบมุงจากเล็ก ๆ เป็นกุฏิ ๒ หลังเท่านั้น หลังจากนั้นญาติธรรมก็มาช่วยกัน พุทธสถานที่ห่มคลุมด้วยไม้ต้น ไม้ดอกนานาพันธุ์จากผู้นำมาบริจาค ที่พักปฏิบัติธรรม ๔๔ หลัง กุฏิ ๑๙ หลัง ศาลาอเนกประสงค์ ศาลาปฏิบัติธรรม ๔ ชั้น และเจดีย์พระธาตุ ๙ ชั้น ญาติธรรมรวมทั้งครูบาอาจารย์เห็นด้วย และสนับสนุนให้สร้างเจดีย์ ณ บริเวณสูงสุดของวัดขึ้นเป็นพุทธบูชาและประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ วัดในขณะนั้นมีชื่อว่า พุทธธรรมสถานผาซ่อนแก้ว ต่อมาจัดตั้งเป็นวัดชื่อ วัดพระธาตุผาแก้ว เมื่อวันที่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น &quot;วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว&quot; เมื่อวันที่ ๓๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เพื่อให้สอดคล้องกับบริเวณที่ตั้ง ซึ่งแต่เดิมชาวบ้านเรียกกันว่า ผาซ่อนแก้ว วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๖</span></strong></p>

<p style="text-align: center;"><span style="color:#0000cd;"><u><span style="font-size:26px;"><strong>ลักษณะเด่น</strong></span></u></span></p>

<p style="text-align: center;"><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;อาคารเสนาสนะของวัดมีความโดดเด่นสะดุดตา มีการสร้างเจดีย์บนภูเขาของผาซ่อนแก้ว ใช้เครื่องเบญจรงค์ เครื่องประดับ ลูกปัด ลูกแก้ว กระเบื้องสี มาตกแต่งพื้นผิวของพระธาตุ และพื้นโดยรอบ ยังมีการซ่อนปริศนาธรรมไว้ด้วย วัดมีมหาวิหารพระพุทธเจ้า ๕ องค์ ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ และมีจุดชมวิวบนเขาค้อ สำหรับบริเวณสำหรับผู้ปฏิบัติธรรม ได้แก่ อาคารสัจปารมี กุฏิที่พัก เรือนไทย และหอฉัน</strong></p>

<p style="text-align: center;">&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://pnb.onab.go.th/th/file/get/file/20250314499eeaf8a60e7641497a22dc64e6d1ff095432.jpg' type='image/jpg' length='284909' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดมหาธาตุ พระอารามหลวง]]></title>
<link>https://pnb.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/649</link>
<guid isPermaLink="false">0a7625fb6e505a656247b03c6aac49c2</guid>
<pubDate>Mon, 27 Jul 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><span style="color:#0000ff;"><strong><span style="font-size:26px;">รายละเอียด</span></strong></span></p>

<p><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; วัดมหาธาตุมีพระเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์แบบสุโขทัย สูงประมาณ 4 วาเศษ สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงสันนิษฐานว่าวัดนี้คงสร้างมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย เมื่อปี พ.ศ. 2510 ทางกรมศิลปกรได้บูรณะพระเจดีย์องค์นี้ ได้ขุดพบลานทองจารึกในพระเจดีย์องค์ใหญ่หลังพระอุโบสถ และได้นำโบราณวัตถุที่บรรจุเจดีย์นั้นขึ้นมาด้วย มีสิ่งหนึ่งที่ได้มาพร้อมกับพระเครื่อง พระบูชา เป็นรูปช้าง รูปหมู ในท้องหมูมีลานทองจาลึกอยู่ 3 แผ่น มีข้อความตามจารึกว่า &quot;พระเจ้าเพชรบุรเป็นลูกพระญาอนรงปรดิสถาแล&quot; เขียน เป็นคำปัจจุบันได้ &quot;พระ เจ้าเพชรบุรเป็นลูก พระยาอันรงประดิษฐานไว้&quot;จึงทำให้เราทราบว่า&quot;เพชรบูรณ์&quot;แต่เดิมนั้นเป็น &quot;เพชรบุร&quot;</span></p>

<p>&nbsp;</p>

<p style="text-align: center;"><strong><span style="font-size:26px;"><span style="color:#0000ff;">ลักษณะเด่น</span></span></strong></p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;-&nbsp; เป็นวัดเก่าแก่ คาดว่าสร้างตั้งแต่สมัยสุโขทัย<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;-&nbsp; มีเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ แบบสุโขทัย<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;-&nbsp; เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป 2 องค์ คือ หลวงพ่องามและหลวงพ่อเพชร<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;-&nbsp; มีฐานะเป็นพระอารามหลวง</span></p>

<p><span style="font-size:24px;">&nbsp;</span></p>

<p style="text-align: center;"><strong><span style="font-size:26px;"><span style="color:#0000ff;">ประวัติ</span></span></strong></p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<span style="font-size:24px;">นับตั้งแต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้เสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน ที่เมืองกุสินาราราชธานี ตราบเท่าจนถึงถวายพระเพลิงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว กษัตริย์เมืองต่าง ๆ มีความประสงค์จะได้พระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธองค์ จึงพากันมายังเมืองกุสินารา เป็นเหตุให้เกิดการยื้อแย่งพระบรมสารีริกธาตุ จนในที่สุดโทณพราหมณ์ ได้ทำหน้าที่ตัดสินความ และได้จัดแบ่งพระบรมสารีริกธาตุให้โดยยุติธรรม เรื่อง นี้ เป็นเหตุหนึ่ง ที่ทำให้เกิดนิยมเคารพบูชา โดยคิดว่าเมืองไหนที่มีพระบรมสารีริกธาตุ เมืองนั้นจะมีความเป็นสิริมงคลแก่ประชาชน ตามความในมงคลข้อว่า เมื่อ พุทธปรินิพพานล่วงไปแล้วได้ประมาณ 300 ปีเศษ พระสมณทูตสองรูป คือพระโสณและพระอุตตระ ได้นำพระพุทธศาสนาเข้ามาเผยแผ่ในท้องที่เขตสุวรรณภูมิ คนไทยและคนชาติอื่น ๆ ในเอเซียอาคเนย์ต่างก็ตื่นตัว และยอมรับนับถือพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ และถือคติเหมือนอินเดีย คือแต่ละประเทศ จะต้องมีสิ่งที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญ ได้แก่ พระบรมสารีริกธาตุ จึง ถือเป็น คตินิยมของคนไทยในสมัยต่อมาว่า ตรงไหนที่เป็นเมือง ตรงนั้นจะต้องมีพระบรมสารีริกธาตุประจำเมือง โดยถือว่าเป็นองค์แทนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นประมุขของพระพุทธศาสนา แต่ดูเหมือนจะมีได้เฉพาะแต่พระมหากษัตริย์ผู้ครองเมืองเท่านั้น สามัญชนหามีได้ไม่ พระบรมสารีริกธาตุ เป็นของควรแก่สักการะบูชาอย่างสูง คือเป็นของสูงสุด ไม่เหมาะสมที่จะครอบครองไว้เป็นส่วนตัว จำเป็นที่จะต้องประดิษฐานไว้ ณ สถานที่อันเหมาะสมพระเกียรติ เพื่อให้เป็นที่สักการบูชาของประชาชนทั่วไปทั้งเมืองเมื่อ จะ สร้างพระเจดีย์ เพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็ควรที่จะต้องอยู่ในวัด จึงต้องมีการสร้างวัด ชื่อวัดก็จะต้องพิเศษกว่าวัดอื่น ๆ เพราะเป็นวัดสร้างถวายพระพุทธเจ้า และวัดดังกล่าวนี้ สมควรจะต้องอยู่ในวัง พร้อมกับให้ชื่อว่า วัดมหาธาตุ แปลว่า วัดเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ควรแก่การสักการะบูชายิ่งใหญ่ ถึงแม้บางเมือง จะมีชื่อแตกต่างกันไปบ้าง ก็ย่อมจะไม่ทิ้งความหมายเดิมเพราะอยู่ต่างเมืองที่ห่างไกลกัน เช่น วัดมหาตุ วัดธาตุ วัดบรมธาตุ วัดพระศรีรัตนะมหาธาตุ เป็นต้น จึงถือว่าเป็นขัตติยประเพณีการสร้างเมือง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสมัยสุโขทัยเป็นราชธานีว่า จะสร้างเมืองก็ต้องสร้างวัดมหาธาตุ ที่เรียกว่า สร้างวังสร้างวัด ตรงไหนมีเมือง ตรงนั้นก็จะต้องมีวัดมหาธาตุเช่นวัดมหาธาตุเมืองศรีสัชชนาลัย เมืองสุโขทัย เมืองพิษณุโลก เป็นต้น</span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://pnb.onab.go.th/th/file/get/file/20210422d41d8cd98f00b204e9800998ecf8427e160336.jpg' type='image/jpg' length='182752' />
</item>
</channel>
</rss>
