<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[แบบฟอร์มและเอกสาร]]></title>
<link>https://pnb.onab.go.th/th/content/category/index/id/18</link>
<atom:link href="https://pnb.onab.go.th/th/content/category/index/id/18" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[แบบขอรับเงินอุดหนุนเพื่อการบูรณปฏิสังขร]]></title>
<link>https://pnb.onab.go.th/th/content/category/detail/id/18/iid/110779</link>
<guid isPermaLink="false">93e730b4b3566eb230ed3a314920f0ea</guid>
<pubDate>Wed, 24 Sep 2025 08:57:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[-]]></description>
</item>
<item>
<title><![CDATA[แบบรายงานบัญชีรายรับรายจ่าย(ใหม่)]]></title>
<link>https://pnb.onab.go.th/th/content/category/detail/id/18/iid/109769</link>
<guid isPermaLink="false">33871fc403345ca51c5077a67e61b117</guid>
<pubDate>Mon, 08 Sep 2025 13:35:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[-]]></description>
</item>
<item>
<title><![CDATA[แบบรายงานบัญชีรายรับ-รายจ่าย (เก่า)]]></title>
<link>https://pnb.onab.go.th/th/content/category/detail/id/18/iid/109768</link>
<guid isPermaLink="false">08067b1fc40c51269e1beb370b5bacc4</guid>
<pubDate>Mon, 08 Sep 2025 13:33:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[-]]></description>
</item>
<item>
<title><![CDATA[แบบรายงานขอเปลี่ยนชื่อวัด]]></title>
<link>https://pnb.onab.go.th/th/content/category/detail/id/18/iid/97860</link>
<guid isPermaLink="false">92647a4faaec28b5c4f33d2517428e62</guid>
<pubDate>Tue, 25 Mar 2025 09:38:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[-]]></description>
<enclosure url='https://pnb.onab.go.th/th/file/get/file/202503254b78d5d56acb4af89ac1315010855c40093950.jpg' type='image/jpg' length='85742' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[การยกวัดร้างขึ้นเป็นวัดมีพระภิกษุอยู่จำพรรษา]]></title>
<link>https://pnb.onab.go.th/th/content/category/detail/id/18/iid/97666</link>
<guid isPermaLink="false">619086da2ff97c0d3ce95cc6e9e7304f</guid>
<pubDate>Fri, 21 Mar 2025 13:15:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><span style="color:#0000cd;"><span style="font-size:26px;"><strong>การยกวัดร้างขึ้นเป็นวัดมีพระภิกษุอยู่จำพรรษา</strong></span></span></p>

<p style="text-align: center;"><span style="color:#0000cd;"><span style="font-size:26px;"><strong>ตามกฎกระทรวงการสร้าง การตั้ง การรวม การย้าย และการยุบเลิกวัด การขอรับพระราชทานวิสุงคามสีมา และการยกวัดร้างขึ้นเป็นวัดมีพระภิกษุอยู่จำพรรษา</strong></span></span></p>

<p style="text-align: center;"><span style="color:#0000cd;"><span style="font-size:26px;"><strong>พ.ศ. ๒๕๕๙ (หมวด ๗)</strong></span></span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;<strong><em>วัดร้าง</em> คือ วัดที่ไม่มีพระภิกษุอยู่พักอาศัย และในระหว่างที่ยังไม่มีการยุบเลิกวัด ให้สำนักงาน พระพุทธศาสนาแห่งชาติ มีหน้าที่ปกครองดูแลรักษาวัดนั้น รวมทั้งที่วัด ที่ธรณีสงฆ์ และทรัพย์สินของวัด นั้นด้วย การยกวัดร้างขึ้นเป็นวัดมีพระภิกษุอยู่จำพรรษา ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดใน กฎกระทรวง ดังนั้น การจะฟื้นฟูบูรณะปฏิสังขรณ์วัดร้างให้กลับเป็นวัดมีพระสงฆ์ เพื่อประโยชน์ในการ ประกอบศาสนกิจบำเพ็ญกุศลของพุทธศาสนิกชนอีกครั้ง จึงสามารถกระทำได้ โดยต้องดำเนินการให้เป็นไป ตามหลักเกณฑ์ ขั้นตอน และวิธีการที่กำหนด ดังนี้</strong></span></p>

<p style="text-align: justify;"><strong><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <u>หลักเกณฑ์การขอยกวัดร้างขึ้นเป็นวัดมีพระภิกษุอยู่จำพรรษา</u></span></strong></p>

<p style="text-align: justify;"><strong><span style="font-size:24px;">๑. วัดร้างนั้นต้องดำเนินการขอปฏิสังขรณ์วัดร้าง และมหาเถรสมาคมมีมติเห็นชอบ</span></strong></p>

<p style="text-align: justify;"><strong><span style="font-size:24px;">๒. เมื่อมหาเถรสมาคมมีมติเห็นชอบให้ปฏิสังขรณ์ได้ ให้ดำเนินการยกวัดร้างฯ เป็นขั้นตอนต่อไป</span></strong></p>

<p style="text-align: justify;"><strong><span style="font-size:24px;">๓. วัดร้างนั้นได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์จนมีเสนาสนะเป็นหลักฐานมั่นคง และอยู่ในสภาพที่ สมควรพร้อมที่จะเป็นที่พำนักและจำพรรษาของพระภิกษุสงฆ์และการประกอบศาสนกิจ</span></strong></p>

<p style="text-align: justify;"><strong><span style="font-size:24px;">๔. มีประชาชนในท้องถิ่นจำนวนมากพอที่จะทำนุบำรุงส่งเสริมให้วัดเจริญได้</span></strong></p>

<p style="text-align: justify;"><strong><span style="font-size:24px;">๕. ตั้งอยู่ห่างจากวัดที่มีพระภิกษุอยู่จำพรรษาไม่ต่ำกว่า ๒ กิโลเมตร เว้นแต่จะมีเหตุอันสมควร</span></strong></p>

<p style="text-align: justify;"><strong><span style="font-size:24px;">๖. มีที่ดินพอที่จะขยายให้วัดเจริญได้ซึ่งไม่น้อยกว่า ๖ ไร่ เว้นแต่จะมีเหตุจำเป็น</span></strong></p>

<p style="text-align: justify;"><strong><span style="font-size:24px;">๗. มีหลักฐานแสดงว่าผู้บูรณปฏิสังขรณ์วัดร้างนั้นได้จัดให้มีพระภิกษุมาพำนักอยู่ และจำพรรษา</span></strong><strong><span style="font-size:24px;"></span><span style="font-size:24px;">ใน</span><span style="font-size:24px;">วัดได้ไม่น้อยกว่า ๔ รูป</span></strong></p>

<p style="text-align: justify;"><strong><span style="font-size:24px;">๔. เจ้าคณะปกครองสงฆ์ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายบ้านเมือง พิจารณาเห็นสมควร</span></strong></p>

<p style="text-align: justify;"><strong><span style="font-size:24px;">๙. มีชื่อปรากฏในทะเบียนที่ดินศาสนสมบัติกลางและวัดร้าง และไม่มีการจัดประโยชน์ในพื้นที่</span></strong></p>
]]></description>
<enclosure url='https://pnb.onab.go.th/th/file/get/file/202503214b78d5d56acb4af89ac1315010855c40132413.jpg' type='image/jpg' length='85742' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[การยุบเลิกวัด]]></title>
<link>https://pnb.onab.go.th/th/content/category/detail/id/18/iid/97664</link>
<guid isPermaLink="false">3dc7602e7cb331e8dbb209d995fd5392</guid>
<pubDate>Fri, 21 Mar 2025 11:28:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><span style="color:#0000cd;"><u><strong><span style="font-size:26px;">การยุบเลิกวัด</span></strong></u></span></p>

<p style="text-align: center;"><span style="color:#0000cd;"><u><strong><span style="font-size:26px;">ตามกฎกระทรวงการสร้าง การตั้ง การรวม การย้าย และการยุบเลิกวัด การขอรับพระราชทานวิสุงคามสีมา และการยกวัดร้างขึ้นเป็นวัดมีพระภิกษุอยู่จำพรรษา</span></strong></u></span></p>

<p style="text-align: center;"><span style="color:#0000cd;"><u><strong><span style="font-size:26px;">พ.ศ. ๒๕๕๙ (หมวด ๕)</span></strong></u></span></p>

<p><strong><span style="font-size:24px;">หลักเกณฑ์การยุบเลิกวัด</span></strong></p>

<p><strong><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp;๑. เป็นวัดที่มีสภาพเสื่อมโทรม หรือมีเหตุอื่นอันไม่สมควรจะเป็นวัตต่อไป</span></strong></p>

<p><strong><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp;๒. เป็นวัดร้างที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเห็นสมควรยุบเลิก</span></strong></p>

<p><strong><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp;๓. ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ขั้นตอน และวิธีการที่กำหนด</span></strong></p>
]]></description>
<enclosure url='https://pnb.onab.go.th/th/file/get/file/2025032159b514174bffe4ae402b3d63aad79fe0113115.jpg' type='image/jpg' length='11418' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[การขอรับพระราชทานวิสุงคามสีมา]]></title>
<link>https://pnb.onab.go.th/th/content/category/detail/id/18/iid/97533</link>
<guid isPermaLink="false">a4ad08b9744c30662517b450a341ea34</guid>
<pubDate>Wed, 19 Mar 2025 15:46:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><span style="color:#0000cd;"><span style="font-size:26px;"><strong>การขอรับพระราชทานวิสุงคามสีมา</strong></span></span></p>

<p style="text-align: center;"><span style="color:#0000cd;"><span style="font-size:26px;"><strong>ตามกฎกระทรวงการสร้าง การตั้ง การรวม การย้าย และการยุบเลิกวัด การขอรับพระราชทานวิสุงคามสีมา และการยกวัดร้างขึ้นเป็นวัดมีพระภิกษุอยู่จำพรรษา</strong></span></span></p>

<p style="text-align: center;"><span style="color:#0000cd;"><span style="font-size:26px;"><strong>พ.ศ. ๒๕๕๙ (หมวด ๖)</strong></span></span></p>

<p><strong><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp;วิสุงคามสีมา คือที่ดินที่แยกต่างหากจากที่ดินของบ้านเมือง เป็นเขตพื้นที่ที่พระเจ้าแผ่นดินพระราชทาน แก่สงฆ์เพื่อกระทำสังฆกรรมได้ตามพระธรรมวินัย ซึ่งภายในวิสุงคามสีมานิยมสร้างอุโบสถไว้สำหรับการทำสังฆกรรม ของสงฆ์ดังกล่าว วัดที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาจึงเป็นวัดที่สมบูรณ์ในพระพุทธศาสนา</span></strong></p>

<p><u><strong><span style="font-size:24px;">แนวทางในการขอรับพระราชทานวิสุงคามสีมา</span></strong></u></p>

<p><strong><span style="font-size:24px;">๑. เป็นวัดที่ถูกต้องตามกฎหมาย</span></strong></p>

<p><strong><span style="font-size:24px;">๒. มีชื่อ ที่อยู่ และปีที่ตั้งวัดถูกต้อง ปรากฏอยู่ในทะเบียนวัดของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ</span></strong></p>

<p><strong><span style="font-size:24px;">๓. มีอาคารเสนาสนะเป็นหลักฐานถาวร และมีพระภิกษุอยู่พำนักอยู่ประจำไม่น้อยกว่า ๕ รูป ติดต่อกันเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๕ ปี แต่ระยะเวลา ๕ ปี มิให้ใช้บังคับแก่วัดที่สร้าง&nbsp;</span></strong><strong><span style="font-size:24px;"> อุโบสถเรียบร้อยแล้ว</span></strong></p>

<p><strong><span style="font-size:24px;">๔. ที่ดินที่ตั้งวัดเป็นกรรมสิทธิ์ของวัด โดยมีเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองที่ดินเป็นชื่อวัต อย่างถูกต้อง กรณีที่ดินที่ตั้งวัดเป็นที่ดินของทางราชการ ต้องมีหนังสืออนุญาตให้ใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อสร้างวัด ซึ่งหน่วยงานที่ดูแลรักษาที่ดินนั้นเป็นผู้ออกให้</span></strong></p>

<p><strong><span style="font-size:24px;">๕. ได้รับความเห็นชอบจากเจ้าคณะตำบล เจ้าคณะอำเภอ นายอำเภอ เจ้าคณะจังหวัด ผู้ว่าราชการ จังหวัด เจ้าคณะภาค และเจ้าคณะใหญ่</span></strong></p>

<p><u><strong><span style="font-size:24px;">ขั้นตอนการดำเนินการขอรับพระราชทานวิสุงคามสีมา</span></strong></u></p>

<p><strong><span style="font-size:24px;">๑. เจ้าอาวาสเสนอรายงานขอรับพระราชทานวิสุงคามสีมา ตามแบบ (ศถ. ๗) ไปยังผู้อำนวยการ สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด</span></strong></p>

<p><strong><span style="font-size:24px;">๒. ให้ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดขอความเห็นจากเจ้าคณะตำบล เจ้าคณะอำเภอนายอำเภอ และเจ้าคณะจังหวัดที่เกี่ยวข้อง</span></strong></p>

<p><strong><span style="font-size:24px;"> ๓. ให้ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเสนอรายงานพร้อมความเห็นต่อผู้ว่าราชการ</span><span style="font-size:24px;">จังหวัด</span><span style="font-size:24px;"></span></strong></p>

<p><strong><span style="font-size:24px;">๔. ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเสนอรายงานพร้อมความเห็นไปยังเจ้าคณะภาค เจ้าคณะใหญ่ และ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ</span></strong></p>

<p><strong><span style="font-size:24px;">๕. เมื่อสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้รับเรื่องแล้วจะดำเนินการตรวจสอบเอกสารหลักฐานของ แต่ละวัดให้ถูกต้องครบถ้วน จากนั้นรวมรวมและจัดทำบัญชีรายชื่อวัดเสนอขอรับพระราชทานวิสุงคามสีมา ประจำงวด (งวดการเสนอแต่ละครั้งขึ้นอยู่กับช่วงเวลาการรับพระราชทานวิสุงคามสีมาในแต่ละงวด) พร้อมทั้ง ข้อมูลวัดประกอบเสนอประจำงวด</span></strong></p>

<p><strong><span style="font-size:24px;">๖. ให้ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เสนอรายงานกราบทูลสมเด็จพระสังฆราช เพื่อทรงอนุมัติ</span></strong></p>

<p><strong><span style="font-size:24px;">๗. สมเด็จพระสังฆราช ทรงพิจารณาให้ความเห็นชอบแล้ว สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ นำ เรียน นายกรัฐมนตรี ลงนามหนังสือเรียนเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อนำความกราบบังคมทูล พระกรุณาโปรด เกล้าฯ ขอรับพระราชทานวิสุงคามสีมา และประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป</span></strong></p>

<p><strong><span style="font-size:24px;">๘. เมื่อมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานวิสุงคามสีมาให้แก่วัดต่าง ๆ แล้ว สำนักงาน พระพุทธศาสนาแห่งชาติ จัดทำสำเนาประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานวิสุงคามสีมาตามรายชื่อที่ได้รับพระราชทาน</span></strong></p>

<p><strong><span style="font-size:24px;">๙. ให้ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติรายงานให้มหาเถรสมาคมทราบ</span></strong></p>

<p><strong><span style="font-size:24px;">๑๐. ให้ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ แจ้งผู้ว่าราชการจังหวัด เจ้าคณะภาค และ จําคณะใหญ่ทราบ</span></strong></p>

<p><strong><span style="font-size:24px;">๑๑. ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแจ้งการประกาศการได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ให้ผู้ขอรับพระราชทาน สงคามสีมา และเจ้าคณะจังหวัดทราบ</span></strong></p>

<p><strong><span style="font-size:24px;">๑๒. ให้นายอำเภอท้องที่ที่วัดนั้นตั้งอยู่ดำเนินการปักหมายเขตที่ดินตามที่ได้รับพระราชทาน</span></strong></p>

<p><strong><img alt="" src="https://pnb.onab.go.th/cms/s36/u179/เอกสารหลัหฐานประกอบการ_ขอรับพระร - Copy 1.png" style="width: 500px; height: 707px;" /></strong></p>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://pnb.onab.go.th/th/file/get/file/202503194b78d5d56acb4af89ac1315010855c40154813.jpg' type='image/jpg' length='85742' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[การย้ายวัด]]></title>
<link>https://pnb.onab.go.th/th/content/category/detail/id/18/iid/97512</link>
<guid isPermaLink="false">81f7f0597534ffff237ac0e7fef0bbde</guid>
<pubDate>Wed, 19 Mar 2025 13:37:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><span style="color:#0000cd;"><span style="font-size:24px;"><strong>ก</strong></span><span style="font-size:26px;"><strong>ารย้ายวัด</strong></span></span></p>

<p style="text-align: center;"><span style="font-size:26px;"><span style="color:#0000cd;"><strong>ตามกฎกระทรวงการสร้าง การตั้ง การรวม การย้าย และการยุบเลิกวัด การขอรับพระราชทานวิสุงคามสีมา และการยกวัดร้างขึ้นเป็นวัดมีพระภิกษุอยู่จำพรรษา</strong></span></span></p>

<p style="text-align: center;"><span style="font-size:26px;"><span style="color:#0000cd;"><strong>พ.ศ. ๒๕๕๙ (หมวด ๔)</strong></span></span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-size:24px;"><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp;การย้ายวัด คือการย้ายจากที่ดินที่ตั้งวัดเดิมไปตั้งในที่ดินแห่งใหม่ จะด้วยสาเหตุใดก็ตาม ที่ทำให้สถานที่ตั้งวัดเดิมเปลี่ยนแปลงไปในทางไม่เหมาะสมที่จะเป็นที่พำนักของพระภิกษุสงฆ์ และไม่สะดวกต่อการทำบุญบำเพ็ญกุศลของศาสนิกชน เช่นวัดประสบภัยทางธรรมชาติอยู่เนือง ๆ หรือราษฎรอพยพไปตั้งถิ่นฐานในที่แห่งใหม่ หรือถูกผลกระทบจากการสร้างอ่างเก็บน้ำ สร้างถนน เป็นต้น ซึ่งจำเป็นหรือสมควรจะย้ายวัดไปตั้งในที่แห่งใหม่เพื่อความเจริญมั่นคงแห่งวัดนั้น</strong></span></p>

<p style="text-align: justify;"><u><span style="font-size:24px;"><strong>หลักเกณฑ์การย้ายวัด</strong></span></u></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-size:24px;"><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp;๑. สถานที่ตั้งวัดเดิมเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ไม่เหมาะสมที่จะเป็นที่พำนักของพระภิกษุสงฆ์หรือการประกอบศาสนกิจ</strong></span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-size:24px;"><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; ๒. การจัดหาที่ดินที่ตั้งวัด การย้ายทรัพย์สินของวัดและการก่อสร้างวัดใหม่ ให้เป็นหน้าที่ของ</strong></span><span style="font-size:24px;"><strong>ผู้ขอย้ายวัด</strong></span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-size:24px;"><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp;๓. ที่ดินที่ตั้งวัดใหม่ต้องเป็นกรรมสิทธิ์ของวัด หากเป็นของเอกชนต้องมีเอกสารหลักฐาน แสดง การยกที่ดินให้เป็นที่ตั้งวัดให้ครบถ้วน ในการตั้งวัด หากเป็นที่ของราชการต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่ดูแลพื้นที่นั้น</strong></span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-size:24px;"><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp;๔. ต้องมีจำนวนเงินและสัมภาระที่จะใช้ในการก่อสร้างวัดใหม่ หรือค่าผาติกรรมที่ได้รับทดแทน กรณีได้รับผลกระทบจากโครงการของทางราชการ</strong></span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-size:24px;"><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp;๕. ให้นำความในข้อ ๕ ข้อ ๖ ข้อ ๗ และข้อ ๘ ของกฎกระทรวงการสร้าง การตั้ง การรวม การย้าย และการยุบเลิกวัด การขอรับพระราชทานวิสุงคามสีมา และการยกวัดร้างขึ้นเป็นวัดมีพระภิกษุ</strong></span><span style="font-size:24px;"><strong>อยู่จำพรรษา พ.ศ. ๒๕๕๙ มาบังคับโดยอนุโลม </strong></span></p>

<p style="text-align: justify;"><span style="font-size:24px;"><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp;๖. กรณีที่ตั้งวัดเดิมเป็นที่ราชการ ให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติส่งคืนที่ดินนั้น แก่ส่วน ราชการหรือหน่วยงานของรัฐที่อนุญาตให้ใช้ที่ดิน</strong></span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://pnb.onab.go.th/th/file/get/file/2025031959b514174bffe4ae402b3d63aad79fe0135454.jpg' type='image/jpg' length='11418' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[การรวมวัด]]></title>
<link>https://pnb.onab.go.th/th/content/category/detail/id/18/iid/97502</link>
<guid isPermaLink="false">ec0ccf598e8b7e15cfce05cadf03aae4</guid>
<pubDate>Wed, 19 Mar 2025 11:20:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><span style="color:#0000ff;"><span style="font-size:26px;"><strong>การรวมวัด</strong></span></span></p>

<p style="text-align: center;"><span style="color:#0000ff;"><span style="font-size:26px;"><strong>ตามกฎกระทรวงการสร้าง การตั้ง การรวม การย้าย และการยุบเลิกวัด การขอรับพระราชทานวิสุงคามสีมา และการยกวัดร้างขึ้นเป็นวัดมีพระภิกษุอยู่จำพรรษา</strong></span></span></p>

<p style="text-align: center;"><span style="color:#0000ff;"><span style="font-size:26px;"><strong>พ.ศ. ๒๕๕๙ (หมวด ๓)</strong></span></span></p>

<p style="text-align: justify;"><strong><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp;การรวมวัด คือการรวมวัดตั้งแต่สองวัดที่อยู่ใกล้ชิดกันให้เป็นวัดเดียว จะเป็นการรวมระหว่างวัดที่ มีพระภิกษุอยู่จำพรรษาเข้าด้วยกัน หรือรวมวัดร้างเข้ากับวัดที่มีพระภิกษุอยู่จำพรรษา ก็สามารถกระทำได้โดย ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ขั้นตอน และวิธีการที่กำหนด</span></strong></p>

<p style="text-align: justify;"><u><strong><span style="font-size:24px;">หลักเกณฑ์การรวมวัด</span></strong></u></p>

<p style="text-align: justify;"><strong><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp;๑. ต้องเป็นการรวมระหว่างวัดที่มีพระภิกษุอยู่จำพรรษาเข้าด้วยกัน หรือรวมวัดร้างเข้ากับวัดที่มี</span></strong><strong><span style="font-size:24px;">พระภิกษุอยู่จำพรรษา ซึ่งวัดนั้น ๆ มีพื้นที่อยู่ใกล้กันหรือติดต่อกัน</span></strong></p>

<p style="text-align: justify;"><strong><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp;๒. พื้นที่ของวัดร้างที่จะขอรวมวัดต้องเป็นพื้นที่ที่ปลอดภาระ ไม่มีการจัดประโยชน์</span></strong></p>

<p style="text-align: justify;"><strong><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp;๓. วัดร้างที่จะขอรวมต้องมีชื่อปรากฏอยู่ในทะเบียนที่ดินศาสนสมบัติกลางและวัดร้าง</span></strong></p>

<p style="text-align: justify;"><strong><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp;๔. เป็นการรวมเพื่อประโยชน์แก่การปกครองของคณะสงฆ์</span></strong></p>

<p style="text-align: justify;"><strong><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp;๕. เป็นการรวมเพื่อประโยชน์แก่การทำนุบำรุงวัดให้เจริญยิ่งขึ้น</span></strong></p>

<p style="text-align: justify;"><strong><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp;๖. เจ้าคณะปกครองสงฆ์เจ้าสังกัดจนถึงเจ้าคณะภาค และเจ้าหน้าที่ฝ่ายบ้านเมืองจนถึง</span></strong><strong><span style="font-size:24px;">ผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นสมควร</span></strong></p>

<p style="text-align: justify;"><strong><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; ๗. กรณีที่ดินที่ตั้งวัดเป็นที่ดินของส่วนราชการ เมื่อมีการรวมวัดแล้วให้สำนักงานพระพุทธศาสนา แห่งชาติ แจ้งต่อส่วนราชการนั้น ทราบ</span></strong></p>

<p style="text-align: justify;">&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://pnb.onab.go.th/th/file/get/file/2025031941b698527a22ff1a2f3cdb606611d00b112251.jpg' type='image/jpg' length='5086' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[การตั้งวัด]]></title>
<link>https://pnb.onab.go.th/th/content/category/detail/id/18/iid/97447</link>
<guid isPermaLink="false">dfeae40fc68390cb7fa9bdcb14d442b3</guid>
<pubDate>Tue, 18 Mar 2025 15:31:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><span style="color:#0000cd;"><span style="font-size:26px;"><strong>การตั้งวัด<br />
ตามกฎกระทรวงการสร้าง การตั้ง การรวม การย้าย และการยุบเลิกวัด การขอรับพระราชทานวิสุงคามสีมา และการยกวัดร้างขึ้นเป็นวัดมีพระภิกษุอยู่จำพรรษา พ.ศ. ๒๕๕๙ (หมวด ๒)</strong></span></span></p>

<p><u><span style="font-size:26px;"><strong>หลักเกณฑ์ในการขออนุญาตตั้งวัด</strong></span></u><span style="font-size:24px;"><br />
<strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp;๑. สถานที่ตั้งวัดและเสนาสนะ จะต้องเป็นวัดที่สร้างขึ้นในสถานที่ตามแผนที่ แผนผัง และ เอกสารสิทธิที่ดินที่ได้รับอนุญาตให้สร้างวัดนั้น และต้องมีเสนาสนะสิ่งปลูกสร้างแล้วเสร็จ (ตามเงื่อนไข) เป็น หลักฐานมั่นคง เหมาะสมที่จะเป็นที่พำนักของพระภิกษุสงฆ์<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;๒. ชื่อวัด ในการเสนอรายงานขอตั้งวัด (ศถ.๓) จะต้องระบุชื่อวัดที่ขอตั้ง พร้อมชี้แจงเหตุผล ประกอบในรายงานขออนุญาตตั้งวัด ให้ชัดเจน กะทัดรัด เข้าใจง่ายมีความหมาย และชื่อที่ขอตั้งจะต้องผ่าน ความเห็นชอบทุกชั้นตามลำดับที่กำหนดในกฎกระทรวงฯ<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;๓. จำนวนพระภิกษุที่จะอยู่ประจำ มีจำนวนไม่น้อยกว่า ๓ รูป และให้เสนอชื่อผู้จะ เป็นเจ้าอาวาส พร้อมด้วยอายุ พรรษา สังกัดวัดเดิม (ตามหนังสือสุทธิ) โดยพระภิกษุที่จะเป็น เจ้าอาวาสจะต้องมีคุณสมบัติตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;๔. ผู้ขอตั้งวัดจะต้องเป็นบุคคลคนเดียวกับผู้ที่ได้รับอนุญาตให้สร้างวัด กรณีเป็นบุคคลอื่น จะต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ดำเนินการแทน<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;๕. เอกสาร หลักฐาน ทุกฉบับที่ประกอบเรื่องต้องเป็นเอกสารที่ถูกต้องครบถ้วน<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;๖. กรณีวัดตั้งอยู่ในที่ดินของผู้มีกรรมสิทธิ์ ให้ผู้มีกรรมสิทธิ์ หรือทายาท ดำเนินการโอนที่ดิน พร้อมทั้งอาคารและสิ่งปลูกสร้างให้แก่วัดที่ตั้งขึ้นภายใน ๙๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งการให้ความเห็นชอบของ มหาเถรสมาคม<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;๗. กรณีวัดตั้งอยู่ในที่ดินของส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ ให้สำนักงานพระพุทธศาสนา แห่งชาติแจ้งการประกาศตั้งวัดให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐที่เป็นผู้อนุญาตให้ใช้ที่ดินที่วัดนั้นตั้งอยู่ทราบ<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;๘. ให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติแจ้งให้วัดที่ตั้งขึ้นในที่ดินของส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ ปฏิบัติตามเงื่อนไขการอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ในที่ดินดังกล่าว</strong></span><br />
<span style="font-size:24px;"></span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://pnb.onab.go.th/th/file/get/file/20250318911af7aa209e00b49f3d6fd2afa92564153358.jpg' type='image/jpg' length='6542' />
</item>
</channel>
</rss>
