![]()
วันอาทิตย์ที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๖๙
นายพรพนา แสนการุณ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมด้วยบุคลากรในสังกัด #ร่วมพิธีพร้อมปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวก สนองงาน และดูแลคณะสงฆ์อย่างใกล้ชิดตลอดช่วงเวลาประกอบพิธีอุ้มพระดำน้ำ ประจำปี ๒๕๖๙ ณ บริเวณท่าน้ำวัดโบสถ์ชนะมาร อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์
![]()
โดยได้รับเมตตาจาก #พระเทพพัชรบัณฑิต เจ้าคณะภาค ๔-๕ (ธ) เจ้าอาวาสวัดสนธิกรประชาราม นำคณะสงฆ์ เถราจารย์ อาทิ #พระราชพัชรธรรมเมธี เจ้าคณะจังหวัดเพชรบูรณ์ #พระโสภณวชิรากร เจ้าคณะจังหวัดเพชรบูรณ์(ธ) นั่งอธิษฐานจิต ในพิธี เพื่อความสงบร่มเย็นและเป็นสิริมงคลแก่บ้านเมือง
โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นางธนนนท์ ชาญวีรกูล ภริยานายกรัฐมนตรี, นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข, ดร.เสกสรร นิยมเพ็ง นายกเทศมนตรีเมืองเพชรบูรณ์, หัวหน้าส่วนราชการ, หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนเข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก ![]()
ลำดับพิธีการเริ่มขึ้นในเวลา ๐๙.๓๙ น. #นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้อัญเชิญ #องค์พระพุทธมหาธรรมราชาจากวัดไตรภูมิขึ้นประดิษฐานบนเรือ เพื่อแห่องค์พระล่องทวนกระแสน้ำไปยังท่าน้ำวัดโบสถ์ชนะมาร โดยขบวนเดินทางถึงในเวลา ๑๐.๐๙ น. ก่อนเข้าสู่การประกอบพิธีอุ้มพระดำน้ำตามโบราณประเพณี
ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ร่วมกับกรมการเมืองทั้ง ๔ ฝ่าย (เวียง วัง คลัง นา) ประกอบพิธีดำน้ำรวม ๖ ครั้ง (ทิศเหนือ ๓ ครั้ง และทิศใต้ ๓ ครั้ง) เพื่อนำความสงบร่มเย็น ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาล และความเป็นสิริมงคลมาสู่บ้านเมือง
ภายหลังเสร็จสิ้นพิธี นายกรัฐมนตรีได้คล้องมาลัยดอกไม้สักการะองค์พระพุทธมหาธรรมราชา และแจกจ่ายเครื่องมงคลให้แก่ประชาชน จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ได้โยนเครื่องบวงสรวงมงคล ได้แก่ กระยาสารท ข้าวต้มลูกโยน และกล้วย ให้แก่ผู้ร่วมงาน ซึ่งประชาชนและนักท่องเที่ยวต่างหงายร่มเพื่อรองรับของมงคล เกิดเป็น
"ปรากฏการณ์ร่มหงาย" ที่สร้างความประทับใจแก่ผู้ร่วมงานทุกคน
ทั้งนี้ ประเพณีอุ้มพระดำน้ำได้รับการขึ้นบัญชีเป็น "มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ" โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม #เป็นพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองจังหวัดเพชรบูรณ์ที่สืบทอดมาอย่างยาวนานกว่า ๔๐๐ ปี ตามความเชื่อว่าเมื่อประกอบพิธีในวันสารทไทย (วันแรม ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๐) ของทุกปี จะช่วยให้ประชาชนมีความสุข พืชผลเจริญงอกงาม และบ้านเมืองปราศจากโรคภัยไข้เจ็บคุกคาม ![]()